"นักวิชาการการคลัง"ระบุพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านบาทไม่ได้เสียหาย ผ่านการพิจารณาของสภา หากเงินใช้แล้วทำให้จีดีพีขยายตัว
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ นักวิชาการด้านการคลัง กล่าวเรื่องการนำร่างพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านบาท เข้าพิจารณาในสภาวันพรุ่งนี้(28 มี.ค.)ว่า ปกติการกู้เงินไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้ากู้เงินมาลงทุน ไม่ได้กู้ไปเที่ยว หรือนำเงินมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยวันนี้มีการถกเถียงกัน2ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองถึงการวางรากฐานของการพัฒนาประเทศ อีกฝ่ายมองถึงฐานะทางการคลัง โดยเฉพาะการก่อหนี้เพิ่มขึ้น
นายนิตินัย กล่าวว่าการกู้เงินมาของภาครัฐไม่สามารถดู finance ratio ได้ แต่สามารถดูได้ว่ากู้เงินเข้ามาแล้ว ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ดีหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้สามารถดูได้ถึง publice debt GDP ความยั่งยืนทางการคลังและวินัยทางการคลัง ตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ตามมาตรา9 ทวิ การทำงบประมาณห้ามกู้เกิน 20%ของงบประมาณรายจ่าย
"การทำพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ถือเป็นการเอาเงินภาษีจากประชาชน จะทำอะไรก็ต้องถามประชาชน ต้องผ่านการพิจารณาของสภาและวุฒิสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาต่างจากพ.ร.ก.ที่ฝ่ายบริหาร สามารถใช้เงินในยามฉุกเฉินสามารถออกเงินกู้ได้ทันที อย่างเงินกู้โครงการไทยเข้มแข็ง และพ.ร.ก.จัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท "นายนิตินัย กล่าว
นายนิตินัย กล่าวว่า เงินงบประมาณมีข้อจำกัด ดังนั้นควรออกเป็นพ.ร.บ.ในการกู้เงิน แต่ถามว่าพ.ร.บ.มีความโปร่งใสไหม ซึ่งการกู้เงินครั้งนี้ ก็มีการอ้างอิง มีพ.ร.บ.เอกสารกู้เงินประมาณ 7 หน้า และมีเอกสารประกอบอีก 200 หน้าเทียบเคียงพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี
อย่างไรก็ตามการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทครั้งนี้ ดร.นิตินัย กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับกฏหมายงบประมาณปี 2502 ในมาตรา18ที่ว่า "ห้ามีการโยกย้ายหน่วยงาน"และ19 "ห้ามโยกย้ายรายการ" ดังนั้นไม่มีผลในการบังคับใช้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเข้ามาควบคุม








