วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฮิตาชิ'ขยายกำลังผลิตตั้งเป้าปีนี้เติบโต15%

"ฮิตาชิ" ขยายกำลังผลิตเพิ่มใน 2 โรงงาน ตั้งเป้าปีนี้โต 15% สบช่องไลฟ์สไตล์คนไทยเปลี่ยน เร่งนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นหวังจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์

นายบุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฮิตาชิเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ฮิตาชิ จะเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มเอชเอ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จากทั้ง 2 โรงงานที่กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี ซึ่งผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และสินค้าขนาดเล็ก เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น


โดยปีนี้ได้เตรียมงบการตลาดทั้งปี 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้ไป 800 ล้านบาท จะเน้นสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงเคาน์เตอร์เจแปน โปรดักท์ หรือสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีอยู่ 60-80 เอาท์เลต และล่าสุดได้ใช้งบ 200 ล้านบาท เปิดตัวและทำตลาดเครื่องปรับอากาศรุ่น "สแตนเลส คลีน" พร้อมแผ่นกรองอากาศชั้นในนาโน ไททาเนียม พร้อมเคลือบสารสกัดจากวาซาบิ มาใช้ในเครื่องปรับอากาศ

ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทุกชนิดปีที่ผ่านมา มีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มีการเติบโตประมาณ 10-15% โดยช่วงปีที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโต 30-40% มาจากยอดขายเครื่องซักผ้าและตู้เย็น ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 45 ปีที่ทำตลาดในไทย และตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้จะเติบโต 15%

แผนงานปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นมากขึ้น ควบคู่กับทำตลาดสินค้าที่ผลิตในไทย โดยเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 ที่ผ่านมา อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้าฝาหน้า ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และเครื่องฟอกอากาศโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มตู้เย็นไซด์บายไซด์ ราคา 1.3 แสนบาท และไมโครเวฟ ราคา 3 หมื่นบาท ที่ได้การตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะลูกค้าในต่างจังหวัด

เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มลูกค้าคนไทยให้ได้ใช้สินค้าที่มีเทคโนโลยีและคุณภาพ โดยปีนี้จะนำเข้าสินค้าเพิ่มอีก 10 โมเดล จากสินค้าที่จะเปิดตัวในปีนี้ทั้งนำเข้าและผลิตในประเทศ 50-60 โมเดล ได้แก่ ตู้เย็น 12 รุ่น เครื่องปรับอากาศ 14 รุ่น เครื่องซักผ้า 25 รุ่น เครื่องดูดฝุ่น 4 รุ่น และหม้อหุงข้าว 5 รุ่น และภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าเป็น 15-20 โมเดล เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน ที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน และต้องการสินค้าที่มีความแปลกใหม่ แม้ว่าราคาสินค้านำเข้าจะสูงกว่าสินค้าปกติที่ผลิตในประเทศถึง 40% ก็ตาม

นายบุญชัย กล่าวด้วยว่าจะไม่เน้นการแข่งขันด้านราคา แต่จะเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ มาประยุกต์ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ซึ่งทำให้สินค้าประหยัดพลังงานได้ถึง 30% และเย็นเร็วขึ้นกว่ารุ่นปกติ แต่ยังมีราคาแพงกว่าคู่แข่งในท้องตลาดประมาณ 10-15%