วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชัชชาติ'เผยหั่นแผนลงทุนถนน-ท่าเรือทวาย

"ชัชชาติ"เผยปรับลดแผนลงทุนถนน-ท่าเรือทวาย ประหยัดเงินลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท คาดภายในเดือนมี.ค.นี้ได้ข้อสรุปแผนลงทุนทั้งหมด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายได้ประชุมร่วมกับผู้แทนเมียนมาร์เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายไทยเสนอให้ปรับลดขนาดถนนจากชายแดนไทย-ท่าเรือทวาย ระยะทาง 132 กม.เหลือ 2 ช่องจราจร จากแผนเดิม 4 ช่องจราจร เนื่องจากคาดว่าปริมาณจราจรในช่วงแรกยังไม่มาก

ทั้งนี้ การปรับลดขนาดถนนดังกล่าวยังช่วยประหยัดเงินลงทุนได้กว่า 30% เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินลงทุนได้เป็นเงินประมาณ 9 พันล้านบาท โดยวงเงินลงทุนรวมตามแผนเดิมอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งเสนอให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมที่จะจัดเก็บค่าผ่านทาง ขณะเดียวกันยังเสนอให้เปลี่ยนความลึกของร่องน้ำบริเวณท่าเรือทวายเป็น 26 เมตร จากเดิมที่จะลึกถึง 20 เมตร ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินลงทุนได้อีกประมาณ 1,400 ล้านบาท

"ถนนเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนช้า รองลงมาเป็นท่าเรือ โดยเมื่อปรับรูปแบบโครงการให้เหมาะสม ความเป็นไปได้ของโครงการก็ดีขึ้น ส่งผลให้โครงการน่าลงทุนเพิ่มขึ้น และในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากญี่ปุ่นเข้าสังเกตุการณ์ด้วย" นายชัชชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรับเปลี่ยนมากเป็นเรื่องด้านการเงิน เช่น การจัดเก็บอัตราค่าธรรมเนียม การลดผลตอบแทนรายได้ได้ในส่วนของเมียนมาร์ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งจะได้สรุปความชัดเจนภายในเดือนนี้ หลังจากประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมาร์ ซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย โดยจะประชุมร่วมภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

ส่วนการลงทุนด้านโทรคมนาคม ไม่ยากเพราะผลตอบแทนดี คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือน ขณะที่การลงทุนด้านน้ำนั้น การก่อสร้างเขื่อนอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์ผลกระทบจากแผ่นดินไหว น้ำประปา หากมีปริมาณการใช้อยู่ที่วันละ 1 1ล้านลูกบาศก์เมตร ในราคา 23.5 บาท จะคุ้มค่าการลงทุน

สำหรับการลงทุนระบบรถไฟ ซึ่งอยู่ในแผนระยะที่ 2 นั้น ฝ่ายไทยเสนอให้ใช้ขนาดราง 1 เมตร จากแผนขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร เนื่องจากระบบรถไฟที่ใช้ในปัจจุบันของทั้งเมียนมาร์และไทยเป็นขนาดราง 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อการขนส่งที่สะดวก ขณะเดียวกันยังให้ศึกษาเพิ่มเติมถึงการใช้แนวเส้นทางถนนคู่กับทางรถไฟ เพื่อที่จะได้เตรียมพื้นที่รองรับ