วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คปภ.ย้ำรีอินชัวเรอร์ต้องปฏิบัติตามกม.ไทย

คปภ.ย้ำรีอินชัวเรอร์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย เหตุเทเวศประกันภัยประกอบธุรกิจในไทย ยันพร้อมพิทักษ์ผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกัน

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณีของบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ศาลมีคำสั่งให้จ่ายค่าสินไหมให้กับเซ็นทรัลเวิลด์ และห้างเซน นั้น บริษัทเทเวศ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายวิตกกังวลว่าบริษัทรับประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) จะไม่จ่ายค่าสินไหม จากการรับประกันภัยต่อจากเทเวศนั้น เรื่องนี้ในทางกฎหมายแล้ว รีอินชัวเรอร์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย เพราะเทเวศเป็นผู้ประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ส่วนจะจ่ายอย่างไร เมื่อไหร่ นั้นทั้ง 2 ฝ่ายคือเทเวศกับรีอินขัวเรอร์ต้องไปหารือกันหลังจากศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว

"รีอินชัวเรอร์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย เพราะเทเวศประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศไทย นั่นหมายความว่าเขาต้องจ่ายค่าสินไหมในครั้งนี้ให้กับผู้เอาประกัน"

นายประเวช กล่าวว่า หน้าที่ของคปภ.ดูว่าบริษัทประกันได้ทำตามกฎและกติกาหรือไม่ ซึ่งกติกาที่คปภ.วางเอาไว้คือเมื่อบริษัทรับประกันภัยมาแล้ว ก็ต้องตั้งสำรองเอาไว้ และต้องทำการส่งไปทำประกันภัยต่อ ในกรณีของเทเวศ นั้นได้ทำตามกฎเกณฑ์และกติกา ที่คปภ.วางเอาไว้ โดยมีเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด มีการตั้งสำรองเอาไว้ซึ่งเพียงพอต่อการรับความเสียหาย โดยเทเวศได้ทำประกันภัยต่อเอาไว้กว่า90% เทเวศเก็บความเสี่ยงภัยเอาไว้น้อยมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าเทเวศนั้นรู้หน้าที่และคปภ.ก็ทราบมาตลอดว่าเทเวศมีเงินกองทุนที่เพียงพอ

"คำตัดสินของศาลครั้งนี้สำหรับกรณีของเทเวศ ถือเป็นการวินิจฉัยของศาล ต้องใช้เป็นกรณีๆไป คปภ.และบริษัทประกันต้องยอมรับคำตัดสินของศาล ส่วนจะมีผลต่อคดีอื่นหรือไม่นั้น ต้องว่าเป็นรายๆคดีไป จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้กับรายอื่นๆได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับ การสืบพยาน การวินิจฉัย"

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในปี 2553 ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ กับห้างเซนทรัลเวิร์ล และห้างเซน คปภ.ได้ประมวลผลพบว่ามีผู้เอาประกันภัยทั้งหมดมีจำนวน 739 กรมธรรม์ มีบริษัทรับประกันจำนวน 41 บริษัท มีความเสียหายรวมทั้งสิ้น 14,600 ล้านบาท ในจำนวน 739 กรมธรรม์ มีทั้งลูกค้ารายใหญ่ รายเล็ก และผู้ที่ได้รับความเสียหายที่ไม่ได้ทำประกัน และที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเยียวยาให้กับผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว และได้มีการติดต่อให้ เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไปแล้วจำนวน 665 ราย มีการจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้เสียหายแล้ว 267 ราย จำนวนเงิน 64.7 ล้านบาท และได้รับการยุติจากการเรียกร้องค่าเสียหายแล้วจำนวน 39 ราย จากจำนวนผู้เรียกร้องความเสียหาย 47 ราย