แนะลงทุนระยะยาว คาดราคาถ่านหินจะกลับมาฟื้นตัว 2H56
กำไรสุทธิปี 2556 ลดลง 23%YoY ตามราคาขายถ่านหินที่ลดลง
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 7,148 ล้านบาท ลดลง 23%YoY ปัจจัยลบอยู่ที่ราคาขายถ่านหินที่ลดลงตามทิศทางราคาถ่านหินในตลาดโลก โดยเฉพาะจากเหมืองถ่านหินหลัก 2 แหล่งของบริษัท ได้แก่ เหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย และประเทศออสเตรเลีย เราคาดว่าราคาถ่านหินจากทั้ง 2 แหล่งดังกล่าวจะลดลง 17%YoY และ 1%YoY ตามลำดับ ทำให้เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นเฉพาะธุรกิจถ่านหินปรับลดลงจาก 39% ในปี 2555 เหลือ 35% ในปี 2556 แม้บริษัทจะมีแผนในการปรับลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเหมืองในประเทศอินโดนีเซียก็ตาม ขณะที่ยอดขายถ่านหินรวมของบริษัทในปี 2556 อยู่ที่ 47 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเพียง 5%YoY
Demand ถ่านหินจากจีนยังแข็งแกร่ง คาดราคาถ่านหินจะฟื้นตัวใน 2H56
บริษัทเชื่อว่าราคาถ่านหินจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H55 เนื่องจาก Demand จากประเทศจีนยังคงเพิ่มต่อเนื่อง ข้อมูลจาก China Coal Report (ม.ค. 56) คาดว่าจีนจะมีการนำเข้าถ่านหินสุทธิในปี 2556 อยู่ที่ 170 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 20%YoY อย่างไรก็ตามหากราคาถ่านหินปรับเพิ่มใน 2H56 ตามคาด ก็จะไม่กระทบสมมติฐานราคาขายถ่านหินในปี 2556 เนื่องจากยอดขายถ่านหินในอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ปัจจุบันเหลือเพียง 32% และ 19% เท่านั้นที่ยังไม่ระบุราคา โดยหากราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับเพิ่ม จะเป็นปัจจัยบวกกับราคาขายถ่านหินของ BANPU ในปี 2557
คงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม ด้วยมูลค่าเหมาะสม 480 บาท แม้ผลประกอบการปี 2556 จะมีแนวโน้มลดลง เรามีมุมมองเป็นบวกต่อโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) ของบริษัท แม้จะไม่มีผลต่อมูลค่าเหมาะสม และมีนัยสำคัญต่ออัตราส่วนทางการเงินไม่มากนัก (ข้อมูลเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ BANPU ฉบับวันที่ 22 ก.พ. 56) แต่เรามองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน เนื่องจากเป็นภาพสะท้อนสภาพคล่องและความแข็งแกร่งทางการเงิน รวมทั้งเป็นการสะท้อนมูลค่าหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง จนทำให้การนำเงินสดลงทุนในหุ้นของตนเอง ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น









