วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นเดือนมี.ค.มีลุ้นขึ้นต่อ ทองเสี่ยงหลุด$1500

ฟันด์เมเนเจอร์มองแนวโน้มหุ้นไทยเดือนมี.ค. มีโอกาสขึ้นต่อ เตือนลงทุนทอง"อันตราย" เสี่ยงหลุดแตะ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์

กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจากทั่วโลก ผลพวงวิกฤติหนี้ยุโรปและปัญหาหนี้สหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างใช้มาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ หรือ QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีการโยกเงินเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ. ดัชนีทะยานตัวสูงสุดในรอบ 18 ปีครั้งใหม่ แม้จะมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติออกมากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท แต่แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนรวม ที่มีการออกกองทุนทริกเกอร์ ออกมา แรงซื้อจากพอร์ตโบรกเกอร์ และนักลงทุนรายย่อยก็สามารถทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงทะยานตัวขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพของการลงทุนทองคำ ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ราคาทองแกว่งตัวผันผวน และทำสถิติต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยปิดตาดเมื่อวันที่ 28 ก.พ.หลุด 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์ แตะที่ระดับ 1,595 ดอลลาร์/ออนซ์

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด มองว่า แนวโน้มการลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. คาดว่าจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,500-1,550 จุด เพราะต้องยอมรับว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงมาตลอด ทำให้อาจจะเห็นการปรับฐานในบางช่วง แต่ก็ยังมีมุมมองในเชิงบวกสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจาก ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น และเงินที่ท่วมโลกในขณะนี้ จากมาตรการ QE

อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐ ที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา ขณะที่ปัญหาการเลือกตั้งของอิตาลี แม้ตลาดจะเริ่มซึมซับข่าวร้าย แต่ก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่กดดันการลงทุน

ส่วนการลงทุนในทองคำ นายวิน ให้ความเห็นว่า มุมมองของบลจ.วรรณ ยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน ในระยะสั้น เพราะมีความเสี่ยงปรับตัวลดลง คาดว่าอาจเห็นทองลงไปทดสอบแนวรับที่ 1,500 จุด ได้

ขณะการลงทุนตราสารหนี้ ยังคงไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ

นายสุรศักดิ์ ธรรมโม คณะกรรมการการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า มองว่า ปรากฎการณ์เคลื่อยย้ายเงินลงทุนพันธบัตร มายังตลาดทุน (Great Rotation) ของบรรดากองทุนสำรองเลี้ยงชีพขนาดใหญ่ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดหุ้นทั่้วโลก หลังจากที่้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งทำให้ภาพของการลงทุนตลาดหุ้นโดยรวมยังอยู่ในช่วงขาขึ้น และคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. น่าจะแกว่งตัวในช่วงแคบ และอาจเห็นการย่อตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มุมมองตลาดส่วนใหญ่มองว่าในปีนี้อาจเห็นหุ้นไทยขึ้นทดสอบ 1,600 จุด

"แม้อาจจะมีแรงขายของต่างชาติ แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยน่าจะไปถึง 1,600 จุด ทำให้มีแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเข้ามา ซึ่งจะช่วยพยุงดัชนีไม่ให้แกว่งตัวลดลงมาก"

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบการลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. ยังคงเป็นปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งอิตาลีที่ออกมาต่างจากที่คาด และอาจส่งผลกระทบกับแผนการรัดเข็มขัดของอิตาลี ส่งผลกระทบยูโรโซน

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าบลจ.ฟินันซ่าจะมีการปรับเป้าดัชนีใหม่ จากเดิมมองที่ 1,470 จุด ซึ่งขณะนี้ดัชนีได้ปรับสูงเกินเป้าที่คาดการณ์แล้ว

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นในเดือนมี.คง. แนะนำให้ลงทุนหุ้นที่อิงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัสดุ กลุ่มรับเหมา กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ส่วนการลงทุนในทองคำ แม้จะแกว่งตัวในช่วงขาลง แต่ถ้าหากราคาทองลงมาแตะที่ 1,550 ดอลลาร์/ออนซ์ ก็เหมาะที่จะเข้าไปลงทุน และขายในช่วงที่ราคาปรับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์

ไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะแกว่งตัวผันผวนขาขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนจากฟันด์โฟลว์ จากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกใช้มาตรการQE และการที่เงินบาทปรับตัวแข็งค่า ส่งผลให้เริ่มมีเม็ดเงินกลับเข้ามาลงทุนตลาดหุ้นไทย แม้พอร์ตการลงทุนต่างชาติในเดือนก.พ.จะขายสุทธิ

ส่วนแนวโน้มราคาทองคาดว่าจะผันผวนขาลง แนะนำให้เข้าลงทุนในกรอบ 1,550-1,540 ดอลลาร์/ออนซ์ และทยอยขายช่วงที่กับมายืนเหนือ 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์