'ไรมอนแลนด์'รุกตลาดบน-จ่อโรดโชว์สิงคโปร์

'ไรมอนแลนด์'รุกตลาดบน-จ่อโรดโชว์สิงคโปร์

ผู้บริหารใหม่"ไรมอนแลนด์" ย้ำเจาะโครงการไฮเอนด์ เล็งขยายลงทุนโรงแรม-ศูนย์การค้า

วานนี้ (28 ก.พ.) ถือเป็นการแถลงผลประกอบการ รวมถึงนโยบายการลงทุนของไรมอน แลนด์ เป็นครั้งแรก ภายใต้การนำของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานกรรมการ และนาย ไลไอเนล ลี กรรมการบริษัท ไรมอนด์ แลนด์ จำกัด (มหาชน) หลังจากเปิดตัวกลุ่มนักลงทุนตระกูลลี จากประเทศสิงคโปร์ ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของบริษัท เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการซื้อหุ้น 24.97% จากบริษัท ไอเอฟเอ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท 3 จำกัด

นายไลไอเนล ลี กล่าวว่าทิศทางและแผนการทำธุรกิจของไรมอนแลนด์จากนี้ไป จะเน้นดำเนินภายใต้ 2 กลยุทธ์หลัก คือ มุ่งการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์เป็นหลัก ปัจจุบันมีโครงการไฮเอนด์ ที่เปิดขายอยู่ ได้แก่ เดอะ ริเวอร์ 185 ราชดำริ ในกรุงเทพฯ ซายร์ วงศ์อำมาตย์ และยูนิกซ์ เซาท์พัทยา

นอกจากนี้ จะขยายธุรกิจด้วยการสร้างรายได้ใหม่ขึ้นมาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าจากอาคารพาณิชย์ โรงแรมรวมถึงงานบริหารจัดการโรงแรม ภายใต้แบรนด์ "แคลพสันส์" (Kiapsons) หรือรายได้จากร้านค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัทที่สิงคโปร์

นายลี ย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจให้เช่า จะเป็นการสร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับบริษัท และเราจะใช้เครือข่ายธุรกิจของเราทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก สร้างการเติบโตให้กับไรมอนแลนด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผลักดันรายได้และกำไร เติบโตต่อเนื่อง

ปีนี้ไรมอนแลนด์ มีแผนจะเปิดตัวคอนโดมิเนียม 1 โครงการ ภายใต้ชื่อ "เดอะ ล็อฟท์ เอกมัย" มูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท ย่านสุขุมวิท-เอกมัย เนื้อที่ 2 ไร่ เป็นอาคารสูง 28 ชั้น จำนวน 264 ยูนิต ราคายูนิตเริ่มต้น 2 ล้านบาท โดยจะเปิดขายไตรมาส 2 และการก่อสร้างเสร็จปลายปี2558

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดตัวเซอร์วิส เรสซิเดนซ์ โครงการ"เดอะ ริเวอร์" บริหารภายใต้แบรนด์"แคลพสันส์" ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมบูติก โดยเซอร์วิส เรสซิเดนท์ มีพื้นที่ 5 ชั้น จำนวน 69 ยูนิต จากความสำเร็จของคอมมูนิตี้มอลล์ "วิว" ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโครงการเดอะ ริเวอร์ ทำให้บริษัทมีแผนขยายการพัฒนาห้างในรูปแบบเดียวกันในโครงการอื่นๆ ด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจะนำ 4 โครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดขาย ได้แก่ เดอะ ริเวอร์, 185 ราชดำริฯ, ซายร์ วงศ์อมาตย์, และยูนิกซ์ เซาท์พัทยา ไปโรดโชว์ที่สิงคโปร์ ซึ่งบริษัทมีฐานลูกค้าจำนวนหนึ่งในสิงคโปร์และมาเลเซีย และเชื่อมั่นจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก เพราะอสังหาริมทรัพย์ไทยมีราคาถูกกว่าประเทศอื่นในเอเชีย เมื่อเปรียบเทียบกับฮ่องกง ของไทยราคาต่ำกว่า 10 เท่า และยังต่ำกว่าสิงคโปร์ 5 เท่า

ส่วนผลประกอบการปี 2555 บริษัททำรายได้ 5,000 ล้าบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี และกำไรสุทธิ สูงถึง 496 ล้านบาท บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ ช่วงสิ้นปี 2555 รวมมูลค่าถึง 1.63 หมื่นล้านบาท และยอดขายรอรับรู้รายได้ในโครงการปัจจุบันอีกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ 6,500 ล้านบาท จาก 2 โครงการหลัก คือ เดอะ ริเวอร์ และ 185 ราชดำริ