วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยพาณิชย์มองศก.ไทยแกร่งจีดีพีโต4.9%

ไทยพาณิชย์มองเศรษฐกิจไทยแกร่ง คาดจีดีพีปี"56 โต 4.9% การบริโภค-ลงทุนในประเทศหนุน-ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกลดลง

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) รายงานว่า คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปี 2556 จะขยายตัว 4.9% จากเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยอุปสงค์ในประเทศของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่สูงถึง 6.6% ในปี 2012 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ในประเทศ

แนวโน้มที่ดีขึ้นในปีนี้ ได้แรงสนับสนุนจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และการสั่งซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกช่วงปลายปี 2555 จะทำให้มีการส่งมอบรถอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2556

ส่วนการส่งออกยังฟื้นตัวช้า มูลค่าการส่งออกล่าสุดของเดือนมกราคมอยู่ที่ 18.3 พันล้านดอลลาร์ แทบไม่ต่างจากเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่ากำลังซื้อจากต่างประเทศยังค่อนข้างอ่อนแอ

ขณะที่ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกลดลง แม้ว่ายุโรปจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจหดตัว แต่ความมั่นใจในเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ประกอบกับความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนลดลง ความเสี่ยงหลักต่อเศรษฐกิจโลกในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้ามาจากการเจรจาในเรื่องการตัดลดค่าใช้จ่าย (sequestration) ของสหรัฐฯ ซึ่งหากเจรจาไม่สำเร็จจะทำให้แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลดลง อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมมีค่อนข้างน้อย

คาดเงินเฟ้อทั่วไปปี"56 อยู่ที่ 3.0%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2556 เฉลี่ยอยู่ที่ราว 3.0% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.8%

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว โดยราคาน้ำมันดิบ Brent น่าจะมีค่าเฉลี่ยสำหรับปี 2556 ที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ต่างจากปี 2012 ที่มีค่าเฉลี่ยที่ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น ความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อจากราคาพลังงานจึงมีค่อนข้างน้อย

ราคาพลังงานในประเทศขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล โดยต้องติดตามนโยบายที่ได้มีการประกาศก่อนหน้านี้คือ การทยอยปรับขึ้นราคาแก๊ส LPG และ NGV ทั้งนี้ ผลกระทบจากการทยอยปรับขึ้นราคาแก๊สต่อเงินเฟ้อทั่วไปมีไม่มากนัก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัว และยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 0.5%-3%

ดอกเบี้ยนโยบายคงที่อยู่ที่ 2.75%

ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะคงที่อยู่ในระดับ 2.75% ในปี 2556

จับตาปัจจัยเสี่ยงเงินทุนเคลื่อนย้าย

เศรษฐกิจโลกยังชะลอแต่เศรษฐกิจในประเทศแข็งแกร่งกว่าที่คาด แม้ว่าการส่งออกจะฟื้นตัวช้า แต่การใช้จ่ายในประเทศโดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนสามารถขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ ทำให้ความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีค่อนข้างต่ำ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ แนะนำใหเจับตาความเสี่ยงเงินทุนเคลื่อนย้าย แม้เงินทุนไหลเข้าลดความร้อนแรงลงในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่มีเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากสู่ตลาดพันธบัตรระยะสั้นในเดือนมกราคม
อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเข้าสู่ตลาดเงินอย่างต่อเนื่องประมาณ 85 พันล้านดอลลาร์ ต่อเดือนในปี 2556 ซึ่งมากกว่าเม็ดเงินของ QE2

นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางของญี่ปุ่น ดังนั้น ความเสี่ยงจากเงินทุนเคลื่อนย้ายยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป

แนวโน้มค่าเงินบาทผันผวนในช่วง1-2เดือน

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้จับตาเงินทุนเคลื่อนย้าย และนโยบายของ ธปท. ปริมาณเงินจำนวนมากจากธนาคารกลางของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่จะเข้าสู่ตลาดเงินในปี 2013 จะส่งผลให้ค่าเงินสกุลเอเชียแข็งค่าขึ้น โดยในเบื้องต้น คงต้องพิจารณาว่านโยบายต่างๆ ของ ธปท. เช่น การส่งเสริมให้นำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นจะช่วยสร้างสมดุลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและลดผลกระทบบนค่าเงินได้หรือไม่

ความผันผวนของเงินบาทในระยะสั้นยังมีอยู่ ซึ่งปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าคือการเจรจาในเรื่องการตัดลดค่าใช้จ่าย (sequestration) ของสหรัฐฯ และการคาดการณ์ของนักลงทุนเกี่ยวกับการจะหยุดใช้มาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ