วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAT : ถือ

กำไรอ่อนตัวลง QoQ ตามคาด แต่จะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งตั้งแต่ 1Q56

กำไร 4Q55 ลดลง 26% QoQ แต่พลิกจากผลขาดทุนใน 4Q54

SAT รายงานกำไรงวด 4Q55 อยู่ที่ 190 ล้านบาท เท่ากับที่คาด ลดลง 26% QoQ แม้ว่ายอดขายจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3% QoQ มาอยู่ที่ราว 2.5 พันล้านบาท แต่เนื่องจาก SAT มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการจ่ายโบนัสพนักงานและความสามารถในการทำกำไรถูกกดดันจากการ Out Source งานบางส่วนให้บริษัทอื่นช่วยผลิต อัตรากำไรสุทธิลดลง 3% QoQ ขณะที่หากเทียบกับงวด 4Q54 ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม กำไรงวด 4Q55 จะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากผลขาดทุน 96 ล้านบาท ในงวด 4Q54 รวมทั้งปี 2555 กำไรเพิ่มขึ้น 100% เป็น 816 ล้านบาท ทั้งนี้ SAT ประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 0.67 บาท/หุ้น แบ่งเป็น เงินปันผล 0.42 บาท/หุ้น และหุ้นปันผลในอัตรา 4 หุ้นเดิม : 1 หุ้นใหม่ (XD 24 เม.ย. จ่าย 15 พ.ค. 2556)


คาดกำไรจะกลับมาเติบโต QoQ และ YoY ได้ในงวด 1Q56

เราคาดผลประกอบการงวด 1Q56 จะฟื้นตัวดีขึ้น QoQ หลังการดำเนินงานโรงงานหล่อเหล็ก ICP2 สามารถใช้กำลังการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของ SAT เพิ่มขึ้น 1 – 2% จากปีก่อน รวมทั้งไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานก้อนใหญ่เหมือนกับในงวด 4Q55 และคาดว่าจะเติบโตจากงวด 1Q55 ที่อุตฯ ยานยนต์ไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทั้งนี้ เราคาดปี 2556 SAT จะมียอดขายเติบโต 10% YoY และกำไรเติบโต 31% YoY


ครึ่งปีหลัง 2556 อุตฯ ยานยนต์ไทยจะเริ่มมีความเสี่ยงสูงขึ้น

เราคาดยอดผลิตรถยนต์งวด 1H56 จะยังคงเติบโตโดดเด่น YoY เนื่องจาก (1) มียอดจองรถค้างส่งมอบจากปีก่อน และ (2) ช่วงเดียวกันของปีก่อนอุตฯ ยานยนต์ไทยยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม คาดอัตราการเติบโตจะเริ่มชะลอตัวลงในงวด 2H56 เนื่องจาก (1) หมดแรงส่งจากยอดค้างส่งมอบรถยนต์ปีที่แล้ว และ (2) ฐานยอดผลิตรถยนต์ที่สูงในงวด 2H55 นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายค่าแรง 300 บาท


ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มการเติบโตโดดเด่นในงวด 1H56 แล้ว

แม้เราคาดผลประกอบการของ SAT จะเริ่มฟื้นตัวในงวด 1Q56 และคาดว่าปี 2556 จะเติบโตโดดเด่นกว่า 31% YoY แต่อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหุ้น SAT สะท้อนปัจจัยดังกล่าวเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินแล้ว และช่วงครึ่งปีหลัง 2556 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเริ่มมีความเสี่ยงสูงขึ้น เราจึงคงคำแนะนำเพียง “ถือ” และประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 40.50 บาท (เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 13 เท่า) (มูลค่าเหมาะสมหลัง XD (หุ้นปันผล) เท่ากับ 32.40 บาท)