เตือนข้อเสนอให้แบงก์ชาติออกมาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ช่วยลดแรงกดดันค่าเงินแข็งได้เพียงชั่วคราว
นายปิติ ดิษยทัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธปท. กล่าวในงานเสวนา "ผลกระทบของเงินทุนเคลื่อนย้าย และทางเลือกเชิงนโยบาย" ซึ่งจัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ข้อเสนอที่อยากให้ ธปท. ใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือ Capital Controls นั้น ในความเห็นส่วนตัวแล้ว มองว่าอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนัก และจากการศึกษาประเทศอื่นที่เคยใช้มาตรการลักษณะนี้ ก็พบว่าแก้ปัญหาทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น
"การทำมาตรการ Capital Controls ต้องดูปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน โดยดูว่าเมื่อใช้แล้วเกิดประสิทธิผลอะไรหรือไม่ เพราะจากประสบการณ์ในต่างประเทศ เช่น บราซิล จะเห็นว่าหลังเขาใช้มาตรการเก็บภาษีเงินที่เข้ามาลงทุน 6% ก็ทำให้ค่าเงินเขาอ่อนค่าลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นก็กลับมาแข็งค่าใหม่ ไม่ได้มีผลอะไรต่อตลาดมากนัก สิ่งที่เขาได้ไป คือ รัฐมีรายได้จากภาษีตรงนั้นเพิ่มขึ้น"นายปิติ กล่าว
นายปิติ กล่าวด้วยว่า การจะทำมาตรการใดมาตรการหนึ่ง จำเป็นต้องดูความเหมาะสม เพราะค่าเงินถือเป็นราคาที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ เป็นแรงจูงใจในการใช้จ่าย การที่ค่าเงินแข็งค่าขึ้นตามธรรมชาตินั้น อาจมีผลดีในหลายด้านเช่นกัน อาทิ ทำให้ภาคธุรกิจได้ปรับตัวพัฒนาศักยภาพการผลิต ขณะที่การทำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศถูกลง โดยเฉพาะประเทศไทยเวลานี้จำเป็นต้องมีการลงทุนจำนวนมาก และการออกไปลงทุนต่างประเทศยังมีต้นทุนที่ต่ำลงด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้าเงินทุนเหล่านี้ไหลเข้าในประเทศมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน โดยทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น และถ้าแข็งค่ามากไปก็ส่งผลเสียในเชิงเศรษฐกิจได้เช่นกัน นอกจากนี้เงินทุนที่ไหลเข้ายังทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ เพิ่มขึ้นได้ วิธีจัดการคือใช้นโยบายการเงินเข้าดูแล และสิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่อง คือ เงินทุนที่ไหลเข้า ก็พร้อมที่จะไหลออกได้เช่นกัน
"ประเภทของเงินทุนที่ไหลเข้าถือว่าสำคัญ ถ้ามาในรูปหุ้น และ FDI (การลงทุนโดยตรง) กรณีถือว่าโอเค เพราะไม่ออกเร็วมากนัก แต่ถ้ามาในรูปของตราสารหนี้ระยะสั้น หรือการกู้ยืมระยะสั้น กรณีนี้ก็ต้องระวังบ้าง"นายปิติกล่าว









