กำไรไตรมาส 4/55 ต่ำกว่าคาด แนวโน้มกำไรฟื้นตัวในไตรมาสหน้า
ต่ำกว่าคาด
IVL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/55 ที่ 128 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/54 แต่ลดลง 92% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ ผลประกอบการหลักไตรมาส 4/55 จะรายงานผลขาดทุนหลักที่ 755 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/54 และพลิกกลับจากกำไรหลักไตรมาส 4/55 ผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องด้วยส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ต่ำกว่าคาด, ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น และอัตราภาษีจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 4/55 อ่อนแอลง ได้แก่ 1) กำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคาต่อตัน (EBITDA/tonne) ปรับตัวลดลง (เป็น 77 เหรียญในไตรมาส 4/55 เทียบกับ 78 เหรียญในไตรมาส 4/54 และไตรมาส 3/55), 2) ช่วงโลว์ซีซั่นของปริมาณขาย PET โดยต่ำลง 8% QoQ (แต่เพิ่มขึ้น 24% YoY) มาอยู่ที่ 1.3 ล้านตัน, 3) ส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทที่ร่วมลงทุน (ส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการย้ายเครื่องจักรของ Trevira จากโปแลนด์ไปเยอรมัน) และ 4) อัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น (เป็น 47% ในไตรมาส 4/55 จาก -8% ในไตรมาส 4/54 และ -1% จากไตรมาส 3/55)
อย่างไรก็ตามเราเห็นประโยชน์จากกลยุทธ์การกระจายการลงทุนของบริษัทที่มีส่วนช่วยหนุนกำไร ในขณะที่ส่วนต่างราคา PET ในสหรัฐฯและยุโรป (คิดเป็น 35% ของกำลังการผลิตของ IVL) ปรับตัวลดลงเพียง 5% QoQ เป็น 227 เหรียญต่อตัน ส่วนต่าง PET ในเอเชีย (คิดเป็น 14% ของกำลังการผลิตของ IVL) ลดลง 11% QoQ เป็น 123 เหรียญต่อตัน นอกจากนี้ ส่วนต่างราคา PTA ในเอเชีย ลดต่ำลง 21% QoQ เป็น 88 เหรียญต่อตัน ในขณะที่ส่วนต่างราคาโพลีเอสเตอร์ในเอเชียลดลง 11% เป็น 179 เหรียญต่อตัน ส่วนต่างราคา MEG ในสหรัฐฯ (คิดเป็น 5% ของกำลังการผลิตของ IVL) เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 26% QoQ เป็น 590 เหรียญต่อตัน









