สมาคมตราสารหนี้ เผย ยอดถือครองตราสารหนี้ของต่างชาติสุทธิ 7.9 แสนล้านบาท สัดส่วนระยะสั้นเพิ่มเป็น 37% คาดเงินยังไหลเข้าต่อเนื่อง
นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ในช่วงสองวันหลังธปท.คงดอกเบี้ยนโยบาย นักลงทุนต่างชาติยังซื้อวันต่อละ 4-5 พันล้านบาท ในขณะที่อัตราผลตอบแทน หรือ yield curve ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.2%
แม้ว่าบางส่วนจะดึงเงินกลับจากข้อกังวลเรื่องธนาคารกลางสหรัฐอาจจะถอนมาตราคิวอี เร็วกว่ากำหนดเดิม แต่สภาพคล่องยังล้นมาจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จึงคิดว่าเงินทุนยังจะไหลเข้าตลาดพันธบัตร
"นักลงทุนต่างชาติถือพันธบัตรอายุสั้นมากขึ้น หรืออายุต่ำกว่า 1 ปี จากปีที่แล้วที่ 30% มาเป็น 37% ของยอดถือคงค้าง 7.9 แสนล้านบาทในปีนี้ เงินอาจจะไหลออกจากตลาดพันธบัตรหากรัฐบาลมีมาตรการสกัดการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่ลดดอกเบี้ยเพื่อสกัดการไหลบ่าของเงินทุนต่างชาติ" นายนิวัฒน์ กล่าว
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในช่วงสองวันหลังธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นักลงทุนต่างชาติยังซื้อวันต่อละ 4-5 พันล้านบาท ในขณะที่อัตราผลตอบแทน หรือ yield curve ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.2%
แม้บางส่วนจะดึงเงินกลับจากข้อกังวลเรื่องธนาคารกลางสหรัฐอาจจะถอนมาตราคิวอี เร็วกว่ากำหนดเดิม แต่สภาพคล่องยังล้นมาจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จึงคิดว่าเงินทุนยังจะไหลเข้าตลาดพันธบัตร"
นายนิวัฒน์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติถือพันธบัตรอายุสั้นมากขึ้น หรืออายุต่ำกว่า 1 ปี จากปีที่แล้วที่ 30% มาเป็น 37% ของยอดถือคงค้าง 7.9 แสนล้านบาทในปีนี้ ดังนั้น เงินอาจจะไหลออกจากตลาดพันธบัตร หากรัฐบาลมีมาตรการสกัดการไหลเข้าของเงินทุนระยะสั้น
มติ กนง.ไม่มีผลตลาด
ด้าน นางสาวอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่าตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างนิ่งทั้งก่อนและหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา อาจเพราะตลาดส่วนใหญ่มองว่าไม่น่าจะมีการลดดอกเบี้ยนโยบาย แม้จะมีโอกาสในการประชุมครั้งนี้
"มีนักลงทุนสถาบันในประเทศเพียงบางส่วน ที่อาจมีการขยายอายุตราสารออกไป เพื่อลุ้นการลดดอกเบี้ยอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก จึงทำให้ก่อนการประชุม และหลังการประชุมอัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ (YIELD) ในตลาดมีความผันผวนในกรอบแคบเพียงเล็กน้อย แต่ภาพรวมค่อนข้างนิ่งและทรงตัว"
นางสาวอริยา กล่าวว่า หากมองช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เชื่อว่าโอกาสลดดอกเบี้ยมีน้อยลง จากปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน ที่จะกดดันทิศทางดอกเบี้ยในประเทศมากยิ่งขึ้น









