เราปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานหุ้น AMATA เป็น 29.50 บาทสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 56 ที่ได้รับผลดี
จากการกระจุกตัวของยอดขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในช่วงปลายปี 55 และปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการปลดล็อคมูลค่าเงินลงทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ”
กำไรพิเศษผลักดันผลประกอบการ 4Q55
แม้ว่าบริษัทประกาศกำไรสุทธิ 4Q55 สูงถึง 559 ล้านบาท (+17%YoY และ +44%QoQ) และกำไรสุทธิทั้งปี 55 ที่ 1.45 พันล้านบาท เติบโตสูง 60%YoY แต่เกิดจากกำไรพิเศษ 2 รายการ ได้แก่ 1) การยึดเงินรับล่วงหน้าประมาณ 248 ล้านบาทจาก Canadoil ผู้ประกอบการผลิตท่อโลหะรายใหญ่ของโลกที่ผิดเงื่อนไขสัญญาซื้อขายที่ดินกับ AMATA และ 2) การเปลี่ยนวิธีบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นวิธีมูลค่ายุติธรรม (จากเดิมวิธีราคาทุน) ส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรพิเศษประมาณ 263 ล้านบาทในปี 55 หากไม่นับรายการพิเศษทั้งสอง ผลประกอบการทั้งปี 55 ไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญมากนักโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยอดขายที่ดินในปี 55 ที่ 2.8 พันไร่เพิ่มขึ้นสูง 80% จากปี 54 สาเหตุหลักน่าเกิดจากยอดขายที่ดินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงปลายปีส่งผลให้ไม่สามารถรับรู้รายได้จากการขายที่ดินเหล่านี้ได้ทันในปี 55
ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 56
ข้อดีของการกระจุกตัวของยอดขายที่ดินที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 55 คือ ยอดขายที่ดินเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าและสามารถรับรู้เป็นรายได้ได้ในปี 56 ซึ่งจะส่งผลให้อัตราเติบโตของผลประกอบการในปี 56 ชัดเจนกว่าปี 55 ซึ่งเราได้ปรับประมาณการรายได้ปี 56 เพิ่มขึ้น 34% จากเดิมมาอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท (+12%YoY) ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18% จากเดิมมาอยู่ที่ 1.48 พันล้านบาท (+2.7%YoY) ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดใหม่ในแง่ของผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลัก
กำหนดเป้าหมายยอดขายที่ดินในปี 56 สูงขึ้น 10-15%YoY
แม้ว่าบริษัทปิดการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในปี 55 ได้ 2.8 พันไร่ต่ำกว่าเป้าหมายแรกของผู้บริหารที่ 3 พันไร่ แต่ก็ยังถือว่ามีผลงานที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งรายใหญ่ด้วยกันโดยเฉพาะ HEMRAJ ที่ปิดการขายได้ 2.3 พันไร่ ผู้บริหาร AMATA ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมโดยกำหนดเป้าหมายยอดขายที่ดินในปี 56 เพิ่มขึ้นอีก 10-20% จากปี 55 หรืออย่างน้อย 3 พันไร่ (แบ่งเป็นอมตะนคร 40% และอมตะซิตี้ 60%) และให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้ายานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เช่นเดิมโดยที่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ครองสัดส่วนประมาณ 50% ของยอดขายที่เกิดขึ้นจริงในปี 55 ในขณะที่ที่ดินคงเหลือในมือ (อมตะนคร 1 หมื่นไร่และอมตะซิตี้ 3 พันไร่) เพียงพอที่จะสนับสนุนเป้าหมายยอดขายที่ดินของบริษัทในปีนี้
ปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการปลดล็อคมูลค่าเงินลงทุน
AMATA ถือว่าเป็นรายใหญ่ที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวที่เด่นกว่าคู่แข่งรายใหญ่ในปีนี้ ได้แก่ 1) การนำ บจ.อมตะ วีเอ็น (AMATA ถือหุ้น 89%) เข้าจดทะเบียนใน SET ภายในกลางปี 56 ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าถึงขั้นตอนยื่น filing และจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่หุ้น AMATA หลังจาก IPO, 2) จัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ภายในกลางปีนี้เช่นกันเพื่อขายพื้นที่โรงงานสำเร็จรูป (108 โรง) เป็นวิธีเดียวกับ TICON ที่ทำอยู่ทุกปี และ 3) การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ อมตะ บีกริม เพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปัจจัยบวกเฉพาะตัวโดดเด่นกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
AMATA มี Upside potential ในด้านผลประกอบการจากประเด็นบวกเฉพาะตัวของบริษัททั้ง IPO อมตะเวียดนามประกอบกับการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายใหญ่อื่นๆในปีนี้ประกอบกับเราเชื่อมั่นว่าแนวโน้มผลประกอบการจากธุรกิจหลักในปี 56 มีโอกาสสูงที่จะเติบโตอย่างชัดเจนจากปี 55 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้น 55% เป็น 29.50 บาท อิง Prospective P/E 21 เท่าเป็นโซนสูงของ P/E ย้อนหลัง 5 ปี









