ปิดบวกทะลุแนว 1,540 จุด
NIKKEI 11,468.28 +0.8%
ปิดบวกที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจาก
1.แรงเก็งกำไรต่อผู้ว่าการ BoJ คนใหม่ หลัง Masaaki Shirakawa ผู้ว่าการคนปัจจุบันจะต้องลงจากตำแหน่งในวันที่ 19 มี.ค.กอปรกับยอดการนำเข้า-ส่งออกเดือน ม.ค.ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
2.Toyota Motor +1.7% เนื่องจากหนังสือพิมพ์ Nikkei ระบุว่ายอดขายของ Toyota อาจเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ภายในประเทศ
3.Orix Corp. +2.4% หลังกิจการตกลงซื้อ Rabobank เป็นมูลค่า 1.94 พันล้านยูโร
4.หุ้นกลุ่มกระดาษปรับตัวขึ้น โดย Nippon Paper Group +8.3%, Oji Holdings Corp. +5.6% หลัง Mitsubishi UFJ Morgan Stanley ปรับเพิ่มคำแนะนำของกลุ่มเป็น Overweight เนื่องจากราคาที่เพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มกำไร
5.ส่วน Japan Tobacco -1.0% จากรายงานข่าวว่ารัฐบาลอาจขายหุ้นของกิจการออก เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือฟื้นฟูเหตุการณ์แผ่นดินไหว
HANG SENG 23,307.41 +0.7%
ปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วัน เนื่องจาก
1.เศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณการฟื้นตัว Hutchison Whampoa +1.2% เนื่องจากยอดขายกว่าครึ่งมาจากยุโรป ปรับตัวขึ้นก่อนยุโรปรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในวันที่ 21 ก.พ. โดยตลาดคาดว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะฟื้นตัว เช่นเดียวกับหุ้นอื่นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับยุโรปปรับตัวขึ้น Yue Yuen Industries +1.7%, Cosco Pacific +1.0%
2.Sa Sa International Holdings +7.9% หลังระบุยอด SSS ขยายตัว 20% ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน
3.PetroChina +2.9% หลัง UBS AG ปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ จากเดิมที่ Neutral
4.Brilliance China Automotive และ Dongfeng Motor ปรับตัวขึ้น 2.6% และ 0.9% ตามลำดับ หลัง Sanford C. Bernstein Co.ให้คำแนะนำ Outperform
SHANGHAI 2,397.18 +0.6%
แกว่งตัวผันผวนก่อนที่จะปิดบวก เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มสุขภาพที่ปรับตัวขึ้นมากสุดในรอบกว่า 2 ปี จากแรงเก็งกำไรต่อรัฐบาลจะส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยรายงานข่าวระบุว่ารัฐบาลมีแผนที่จะลดจำนวนผู้ค้าส่งยา 10,000 ราย โดยเพิ่มอุปสรรคการเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ China Resources Double-Crane Pharmaceutical +10.0%, Hualan Biological Engineering +6.3%
2.ส่วน Ping An Bank -2.5% จากแรงเก็งกำไรว่ารัฐบาลจะออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมตลาดอสังหาฯ โดยอาจเพิ่มดอกเบี้ยการกู้ยืมและเงินดาวน์ และยังส่งผลให้ Shanghai Pudong Development -2.6%
SET 1,546.64 +1.0%
ปิดบวกทะลุแนว 1,540 จุด เนื่องจาก
1.ตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและปิดใกล้ที่ระดับสูงสุดของวันพร้อมกับมูลค่าการซื้อขายอย่างหนาแน่น ส่งผลให้ ดัชนีทำระดับสูงสุดใหม่ของปีได้อีกครั้ง
2.หุ้นกลุ่มธนาคารขยับขึ้นเด่นอย่างต่อเนื่อง หลังการประชุม กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.75% โดย KTB +6.0%, KBANK +3.4%, BBL +2.8%, SCB +1.2%
3.กลุ่มค้าปลีกเคลื่อนไหวโดดเด่นเช่นกัน นำโดย CPALL+5.1% หลังผลประกอบการใน 4Q55 กำไรสุทธิขยายตัว 75% yoy อยู่ที่ 2762 ล้านบาทดีกว่าที่ตลาดคาด พร้อมกับการประกาศจ่ายเงินปันผล
------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ








