กำไรไตรมาส 4 ทำได้ดีต่อเนื่อง
กำไรสุทธิ 4Q55 เติบโตสูงจากการรับรู้รายได้ และ รายได้พิเศษ
ผลประกอบการ 4Q55 AMATA ทำได้ดีสูงถึง 615 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 59% QoQ มาจาก รายได้จากการขายที่ดินที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 39% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทำได้สูงถึง 51.9% ใกล้เคียงกับรายไตรมาส โดยในไตรมาสนี้มีการบันทึกรายได้จากการรับเงินล่วงหน้าของลูกค้าจำนวน 248 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 2555 เติบโต 60% YoY
กำไรสุทธิปี 2555 ทำได้ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY มาจากสาเหตุจาก รายได้ 5.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่ดิน 3.7พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% รวมถึงการมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 50.9% ทำได้ดีกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่ 49% โดยมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม 262 ล้านบาท ตามมาตรฐานการบันทึกบัญชีใหม่ ส่งผลทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 24% จาก 21% ของช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 3 – 3.3 พันไร่ในปี 2556
หลังจากยอดขายสิ้นปี 2555 ที่AMATA ทำได้ 2.8 พันไร่ บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินใหม่ในปี 2556 ว่าจะเติบโต 10 – 20% หรือ 3 – 3.3 พันไร่ โดยกลุ่มยานยนต์ยังคงเป็นลูกค้าเป้าหมาย โดยบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเปลี่ยนวิธีจากการขายที่ดินเป็นการทำสัญญาเช่าระยะยาว ทั้งนี้จากยอดขายที่เติบโตทำให้ปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ 6.7 พันล้านบาท คาดจะรับรู้รายได้หลักในปี 2556 ซึ่งอาจต่อเนื่องไปปี 2557 สำหรับแผนในปี 2556 ที่เพิ่มขึ้น คือ การจัดตั้งกองทุนอสังหาฯ จากโรงงานสำเร็จรูปมูลค่ารวม 1.8 พันล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
ราคาเหมาะสมใหม่ 27 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่ม 7% เป็น 1.6 พันล้านบาท ผลจากรายได้ปรับเพิ่ม 4%จากคาดยอดรับรู้รายได้ที่ดิน และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินที่ยังรักษาระดับได้ค่อนข้างดี เราปรับเพิ่มจากเดิม50% เป็น 53% ทำให้เฉลี่ยโดยรวมที่ 49% มูลค่าเหมาะสมใหม่ 27 บาท (อ้างอิง PER ที่ 17 เท่า) คาดจ่ายปันผลระหว่างกาล (2H55) ที่ 53 สตางค์/หุ้น ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 1.5% พร้อมคาดการณ์จ่ายปันผลปี 2556 ที่ 70 สตางค์ต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 3% มีส่วนต่างราคา ณ ปัจจุบัน 14% และผลตอบแทนรวม 17% คงคำแนะนำ “ซื้อ”









