บ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยน้ำมันเตาและดีเซลชดเชยการหยุดจ่ายก๊าซพม่า
นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ปัญหาวิกฤติไฟฟ้าของประเทศไทยในปี 2556 ที่หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า เพื่อซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ระหว่างวันที่4-12 เมษายน ที่จะถึงนี้
นายนพดล กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวแยกออกเป็นสองส่วน คือเรื่องการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากพม่า เพื่อซ่อมบำรุงระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ในวันที่ 4-12 เมษายน ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบประมาณ1,200 ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน ซึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาที่เตรียมรองรับไว้แล้ว คือการเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติมาเดินเครื่องด้วย น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลทดแทน
โดยปัจจุบันในส่วนโรงไฟฟ้าของบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งจำกัด(มหาชน)กำลังผลิตรวมประมาณ 3,645 เมกะวัตต์ มีใช้ก๊าซธรรมชาติจากพม่า อยู่ประมาณ525ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน ได้มีการหยุดซ่อมบำรุงบางหน่วย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินเครื่องด้วยน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลทดแทน ในช่วงของการหยุดจ่ายก๊าซจากพม่า ซึ่งมีความมั่นใจว่าการเดินเครื่องจะไม่มีปัญหา
ทั้งนี้ ปัจจุบันที่โรงไฟฟ้ามีการสำรองน้ำมันเตาเอาไว้ 63 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซลอีกประมาณ 23 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินเครื่องประมาณ6-7 วัน โดยหาก ปตท.และกฟผ. มีการจัดส่งน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลเพื่อเติมเข้ามาในคลังสำรอง อย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องไปได้จนกว่า จะมีการจ่ายก๊าซจากพม่าได้ตามปกติ
"ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือเรื่องของ กำลังสำรองไฟฟ้าที่พร้อมจ่ายเข้าระบบ หรือ(spinning reserves ) ในปี2556 ที่มีต่ำกว่ามาตรฐาน ในช่วงที่เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(peak) ซึ่งกฟผ.คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้ จะสูงกว่าปีที่แล้ว ที่เกิดพีค เมื่อวันที่26 เมษายน2555 ที่ ประมาณ26,000เมกะวัตต์ อยู่5% ในขณะที่กำลังการผลิตติดตั้ง (install capacity reserves) ของกฟผ. มีอยู่ประมาณ 27,000 เมกะวัตต์ แต่กำลังสำรองไฟฟ้าที่พร้อมจ่ายไฟ มีอยู่ประมาณ500เมกะวัตต์ หรือประมาณ2% โดยหากมีโรงไฟฟ้าโรงใดโรงหนึ่งเกิดขัดข้องในการผลิตไฟฟ้า ก็จะเกิดปัญหาไฟดับได้"นายนพพล กล่าว
นายนพพล กล่าวว่า กำลังสำรองไฟฟ้าพร้อมจ่ายที่อยู่ในระดับต่ำ กว่ามาตรฐาน เนื่องจาก โรงไฟฟ้าพลังงน้ำจากเขื่อนไม่สามารถที่จะผลิตไฟฟ้า ได้ตามกำลังการผลิตติดตั้งที่มีอยู่ เพราะมีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยกว่าปกติ ในขณะที่ปี2556 ไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่ เข้าสู่ระบบ เลย โดยโรงไฟฟ้าไอพีพี ขนาด1,600เมกะวัตต์ ที่เคยมีแผนจะต้องจ่ายไฟฟ้า เข้าสู่ระบบ ในปี2556 ก็มีการย้ายพื้นที่ก่อสร้าง และเลื่อนระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าเข้า ออกไป ซึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหา ก็คือ กฟผ.จะปรับปรุงโรงไฟฟ้าเก่าที่ไม่เคยถูกสั่งให้เดินเครื่อง เช่นโรงไฟฟ้าบางปะกง ให้สามารถพร้อมที่จะเดินเครื่องได้ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องรณรงค์ในประชาชนหรือห้างสรรพสินค้า เพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้นกว่าปกติ ในวันที่มีอากาศร้อน ที่อาจจะเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ได้









