ค้าปลีกโหมธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์รับ 3 จี เดอะมอลล์ ลุยดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเต็มสูบ ด้าน ท็อปส์ ผุดนวัตกรรม ช้อปปิ้งผ่านคิวอาร์โค้ดและแอพฯ
นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ว่า จะรุก "ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง" เต็มตัว โดยเตรียมเปิดแอพพลิเคชั่น “The Mall Group Application” บนไอโฟนและแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่มีคนใช้มากสุดในไทย และระดับโลก
โดย “The Mall Group App” จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูล โปรโมชั่น ความเคลื่อนไหวของทั้ง 3 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และพารากอน ซึ่งช่วงเปิดตัวนี้ได้จัดแคมเปญ “Load Free Ver Sale” ระหว่าง 21 ก.พ.- 3 มี.ค.นี้ สำหรับลูกค้าที่โหลดแอพฯดังกล่าวรับเอ็มพ้อยท์ หรือช้อปตามเงื่อนไขลุ้นรางวัล เป็นต้น เพื่อสร้างการรับรู้ต่อเครื่องมือทางการตลาดใหม่ครั้งนี้
“พฤติกรรมในการรับสื่อของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป แอพฯจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารทางการตลาดของเดอะมอลล์ กรุ๊ป กับลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงปรับใช้ในการทำโปรโมชั่นกับลูกค้าได้ในหลายรูปแบบ” นายชำนาญกล่าว
ด้านนายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้ชื่อท็อปส์ ซูเปอร์ ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ เดลี่ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวว่า ได้ร่วมกับ
“ออฟฟิศเมท” ผู้เชี่ยวชาญด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในเครือเซ็นทรัลพัฒนานวัตกรรมช้อปปิ้ง “สแกน แอนด์ ช้อป วิท ท็อปส์” ให้ลูกค้าช้อปปิ้งผ่านระบบคิวอาร์โค้ดและแอพฯ บนมือถือ เริ่มจากกลุ่มสินค้าอาหารกว่า 100 รายการ จัดส่งทั่วประเทศด้วยการซื้อขั้นต่ำเพียง499 บาท
ทั้งนี้ การทำตลาดดังกล่าวจะมีกลุ่มสินค้าต่างๆ หมุนเวียนจัดรายการทุกๆ 1 เดือน รอบละ 100 รายการ อนาคตจะเพิ่มเป็น 200-300 รายการ เน้นสินค้าเอ็กคลูซีฟ หรือสินค้าเฉพาะที่ไม่มีจำหน่ายภายในช่องทางร้านค้าปลีก
“การใช้เทคโนโลยีของคนไทยเพิ่มมากขึ้น มีผู้ใช้มือถือกว่า 66% ของประชากรทั้งประเทศ เราจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจผ่านช่องออนไลน์”
เขายังบอกว่า การเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์คาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะทำให้สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มเป็น 7-10% จากปัจจุบันมีสัดส่วนน้อยมากแต่มีการเติบโตสูง สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ ได้จัดสรรงบกว่า 1,000 ล้านบาทขยายสาขาใหม่รวม 67 แห่ง และปรับปรุงพัฒนาระบบเทคโนโลยี โดยร้านใหม่ แบ่งเป็น ท็อปส์ เดลี่ 52 สาขา อีก 15 สาขาเป็นรูปแบบร้านอื่นๆ ส่วนการปรับเปลี่ยนร้านท็อปส์ เดลี่ เป็นร้านสะดวกซื้อแฟลิมี่มาร์ทอยู่ระหว่างพิจารณา









