"ชัชชาติ"เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องส่วยภายในท่าเรือ พร้อมใช้วิกฤติผอ.กทท.ลาออก จัดระบบภายในกทท.ใหม่
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าท่าเรือออกระบุว่า พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เรียกรับผลประโยชน์ หรือส่วยจากผู้ประกอบการ โดยจะขอหารือกับพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการจากกระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เห็นว่าปัญหานี้มีการพูดกันมานาน ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้จัดระบบภายใน กทท. รวมทั้งหลังจากนี้จะต้องเร่งสรรหา ผู้อำนวยการ.กทท.คนใหม่ด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเรื่องส่วยนั้น ตนจะแต่งตั้งคนจากกระทรวงคมนาคมเข้าเป็นกรรมการ เพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรม และไม่ได้รับการกดดันจากภายใน กทท. เพราะหากแต่งตั้งคนใน กทท. เป็นกรรมการ อาจถูกตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสได้ และสิ่งที่ กทท. จะต้องดำเนินการต่อไป คือ ต้องให้ความสำคัญเรื่องการปรับปรุงการทำงาน เพราะการที่ผู้ประกอบการออกมาเปิดเผยข้อมูลปัญหาส่วยนั้น แสดงว่าจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) เองก็ต้องช่วยตรวจสอบในข้อกล่าวหาจากกลุ่มผู้ประกอบการด้วยว่ามีมูลหรือไม่
ส่วนกรณีที่ เรือตรีวิโรจน์ จงชาณสิทโธ ผู้อำนวยการ กทท.ขอลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีปัญหาภายใน กทท.นั้น ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่าเรือตรีวิโรจน์ มีปัญหาในการทำงาน มีแต่สหภาพฯ เท่านั้นที่มาร้องเรียน และการลาออกของ ผอ.กทท.ก็ไม่อยากให้สังคม มองว่าลาออกเพราะถูกสหภาพฯกดดัน เพราะจะทำให้การบริหารงานลำบาก แต่เรื่องนี้ต้องดูเหตุผลของการลาออก ซึ่งการลาออกอาจเป็นเหตุผลส่วนตัว เพราะบางคนไม่อยากถูกกดดันจึงเลือกที่จะลาออก ดังนั้นเชื่อว่ากรณีนี้ไม่มีใครบังคับให้ลาออกได้
"ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องที่มากลั่นแกล้งกัน ส่วนปัญหาเรื่องการฟ้องร้องก็มีมานาน ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการในชั้นศาล ทุนฟ้องสูงถึง 3 พันล้านบาท จึงควรรอให้ศาลตัดสิน แต่หลังจากนี้การทำงานจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเบิกจ่ายค่าล่วงเวลา รวมทั้งจะให้คณะกรรมการ กทท.ไปพิจารณาเรื่องปรับระบบการทำงานให้เหมาะสม กำหนดกฎระเบียบให้ชัดเจนและดูให้เหมาะสม"นายชัชชาติ กล่าว









