"ยุทธพงศ์" เตรียมเสนอรัฐบาลเจรจาเอกชนร่วมแผนจัดการน้ำใช้ยางในสต็อกสร้างเขื่อน-ถนน เผยไม่กระทบราคายางในตลาด
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การรับซื้อยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ปัจจุบันรับซื้อแล้ว ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เหลือวงเงินที่ยังไม่ได้เบิกจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานพิจารณา หลังจากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งการเบิกให้สามารถทำได้ครั้งละ 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปัจจุบันแม้แนวโน้มราคายางจะสูงขึ้น จากความต้องการของตลาดโลกยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะจีนที่มีการเร่งซื้ออีกครั้งหลังเทศกาลตรุษจีน
นอกจากนี้ยังเป็นตามราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้น ประกอบกับภาคการผลิตยางกำลังจะเข้าสู่ฤดูผลัดใบ เกษตรกรจะปิดหน้ากรีดช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดน้อยลง ซึ่งขณะนี้เริ่มทยอยปิดหน้ากรีดกันแล้ว ราคาในตลาดจึงปรับตัวสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 110 บาท จากเดิม ประมาณ 90 บาท คาดว่าหากไทยไม่มีปัญหากรณีเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ราคายางจะสูงขึ้นอีกประมาณ 10 %
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ยังไม่สิ้นสุดโครงการ ดังนั้นองค์การสวนยาง(อ.ส.ย.) ยังจะรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรต่อไป เพื่อเป็นทางเลือกให้กับสถาบันเกษตรกรและเกษตรกร ส่วนยางที่มีอยู่สต๊อก ได้สั่งการให้คณะอนุกรรมการตลาดและการขาย ที่มีนายอำนวย ปะติเส เป็นประธาน หาทางระบาย โดยใช้ข้อมูลด้านสถานการณ์การตลาด และราคายางมาประกอบการพิจารณา
"ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างทำแผนจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยมีโครงการก่อสร้างเขื่อน ถนน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆที่ต้องใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯจะเสนอให้รัฐบาลวางเงื่อนไขให้เอกชนที่เข้าร่วมก่อสร้างโครงการใช้ยางในสต๊อกเป็นวัสดุในการก่อสร้าง ซึ่งเอกชนที่เข้าร่วมโครงการขณะนี้ มาจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรปหรืออียู เป็นบริษัทที่ต้องนำเข้ายางจากไทยทั้งสิ้น คาดว่าวิธีการนี้จะทำให้ยางในสต็อกไม่ส่งผลกระทบต่อราคายางในตลาด และเป็นการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า" นายยุทธพงศ์ กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่าผลการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ของ อ.ส.ย. เมื่อวันที่ 12 ก.พ. มีปริมาณการรับซื้อยางจากสถาบันเกษตรกร จำนวน196,328 .441 ตันมูลค่า19,455.860 ล้านบาท แยกเป็นรับซื้อของศูนย์ยางฝั่งตะวันออก28,226.453 ตัน มูลค่า 2,805.972 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 49,409.604 ล้านบาท ภาคใต้ 119,092.384 ตัน มูลค่า 11,953.170 ล้านบาท









