วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.ใหญ่คงรายได้ปีนี้ยันบาทแข็งไม่กระทบ

บจ.ขนาดใหญ่ยันบาทแข็งไม่กระทบผลประกอบการ ปตท.สผ.ยันมีการบริหารความสมดุลของค่าเงินได้ดี

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) กล่าวว่าการที่เงินบาทแข็งค่าบริษัทจะได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะปัจจุบันมีรายได้และค่าใช้จ่ายเป็นสกุลดอลลาร์ รวมทั้งมีการกระจายไปในค่าเงินสกุลอื่นๆ จากการลงทุนในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการปรับสมดุลของรายรับ รายจ่ายและการลงทุน ดังนั้นเมื่อค่าเงินผันผวนก็ไม่น่าจะมีผลต่อผลประกอบการของบริษัท หรือไม่ได้มีผลกระทบต่อนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนเป็นการภายในรับมือไว้แล้ว ซึ่งเมื่อใดที่เงินบาทแข็งค่าแต่ละระดับราคาควรจะดำเนินการอย่างไรบ้าง

"ปีนี้รายได้ปี56 ก็ยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย และเติบโตไปพร้อมๆ กับการผลิตที่เพิ่มขึ้น ตามดีมานด์ของสินค้า ซึ่งปีนี้บริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากแหล่งผลิตบงกชใต้ได้เต็มปี รวมถึงแหล่งสิริกิติ์และเป้าหมายการผลิตที่ระดับ 3.5 หมื่นบาเรลต่อวัน ก็น่าจะทำได้เพราะปัจจุบันอยู่ที่ 3.2 หมื่นบาเรลต่อวันอยู่แล้ว และยังมีรายได้จากโครงการลงทุนในเวียดนามอีกที่มีกำลังผลิต 5 หมื่นบาเรลต่อวันจากเดิม 2 หมื่นบาเรลต่อวัน" นายเทวินทร์กล่าว

นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชีบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTCG) กล่าวว่าแนวโน้มค่าเงินบาทก็น่าจะยังแข็งค่าต่อเนื่องและมีโอกาสจะแข็งค่าไปถึงระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากสภาพคล่องที่ล้นทั่วโลก กระแสเงินที่ไหลทะลักเข้ามาลงทุนในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่ดีกว่าสหรัฐ และยุโรป ดังนั้นทำให้มองแนวโน้มค่าเงินจะแข็งค่าต่อไป

"ผลกระทบกับบริษัทพีทีทีนั้น ปัจจุบันยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีการเตรียมแผนการรองรับไว้แล้ว โดยเฉพาะการซื้อประกันความเสี่ยงไว้ทุกๆระดับราคาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง และทำให้บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการของบริษัทไม่น่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และยังรับมือได้" รองกรรมการผู้จัดการกล่าว

ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) กล่าวว่าบริษัทอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่ยังไม่รุนแรงมากนักและถือว่าปัจจุบันยังเร็วเกินไปหากจะปรับลดเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากเงินบาทยังแข็งค่าไปจนถึงสิ้นไตรมาส1/56 ก็คงต้องมาทบทวนอีกที และแนวโน้มเงินบาทไม่น่าจะแข็งค่าไปถึง 28 บาทต่อดอลลาร์ เพราะระดับปัจจุบันผู้ส่งออกก็รู้สึกแย่แล้ว

"ผลประกอบการของบริษัทน่าจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่คงยังไม่แรง และคงต้องดูว่างวดไตรมาสแรกภาพรวมจะออกมาอย่างไร ถ้าแข็งค่าถึงสิ้นงวดไตรมาสก็ค่อยมาดูอีกที แต่ถ้าให้ประเมินแนวโน้มมองว่าเงินบาทคงไม่แข็งไปถึง 28 บาทต่อดอลลาร์ เพราะตอนนี้ผู้ส่งออกก็รู้สึกแย่กันแล้ว" ประธานกรรมการกล่าว