รัฐบาลจ่อคุมสัญญาเช่าที่ดินรัฐวิสาหกิจ หากทำสัญญาเช่าเกิน 1 ปีต้องผ่านการพิจารณาของ กนร. เตรียมนำเสนอครม.เร็วๆนี้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมมีมติว่าให้รัฐวิสาหกิจที่จะมีการทำสัญญาให้ช่าที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจกับเอกชนที่มีอายุสัญญาเช่าตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ต้องทำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กนร.เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นกรณีไป โดย กนร.จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไป
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ และบางแห่งก็มีพื้นที่ที่อยู่ในเขตที่มีราคาค่าเช่าสูง หากรัฐวิสาหกิจมุ่งไปในการบริหารจัดการทรัพย์สินเหล่านั้นอาจทำให้บกพร่องในภาระกิจหน้าที่หลักที่อาจกระทบต่อการให้บริการประชาชนได้ หรือไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นว่าแต่ละรัฐวิสาหกิจก็จะต้องจัดตั้งหน่วยงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตนเองขึ้นมาซึ่งไม่ใช่หน้าที่หลักของรัฐวิสาหกิจ
ทั้งนี้ จะนำมติที่ได้หารือกันในที่ประชุม กนร.เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด โดยการบังคับใช้ข้อบังคับนี้ต่อไป
ส่วนข้อเสนออื่นๆของ กนร.ในการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาที่ดินของรัฐวิสาหกิจ ให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาที่ดินที่มีศักยภาพของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ อสมท. เป็นต้น รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาที่ดินของ อู่กรุงเทพ และที่ดินขององค์การสะพานปลา (ที่ราชพัสดุ) บนถนนเจริญกรุง โดยอาจพิจารณาใช้เงินงบประมาณในการซื้อที่ดินหรือเป็นค่าใช้จ่ายในการย้ายสถานที่ เพื่อให้กรมธนารักษ์สามารถพัฒนาที่ดินอย่างบูรณาการต่อไป
ขณะที่การศึกษาเพื่อพัฒนาที่ดินของ รฟท.ในย่านพหลโยธิน กนร.เห็นควรพิจารณาใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม เช่น ให้เป็นศูนย์แสดงสินค้า OTOP ศูนย์แสดงสินค้าศิลปาชีพ ห้องสมุด ศูนย์แสดงงานวิจัยวิทยาศาสตร์ หรือลานกีฬา เป็นต้น









