วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TKT : ถือ

มีความเสี่ยงเพิ่มจากการปรับแผนการผลิตของลูกค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

คาดกำไร 4Q55 อ่อนตัวลงจากการจ่ายโบนัสพนักงาน


เรายังคงคาดว่ากำไร 4Q55 ของ TKT จะอ่อนตัวลงเหลือเพียง 10 ล้านบาท จาก 24 ล้านบาท ในงวด 3Q55 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากการจ่ายโบนัสประจำปีให้กับพนักงาน แต่กำไรยังสูงกว่างวด 4Q54 ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ขณะที่ยอดขายงวด 4Q55 โดยรวมอาจออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 435 ล้านบาท ลดลง 18% QoQ เนื่องจาก TKT ยังคงมีการส่งมอบงานแม่พิมพ์จำนวนมากใกล้เคียงกับงวด 3Q55 และยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่น้อยกว่าที่คาด ทั้งนี้ เราคาด TKT จะจ่ายเงินปันผลงวดผลประกอบการปี 2555 จำนวน 0.16 บาทต่อหุ้น


แนวโน้มกำไร 1Q56 ฟื้นตัว QoQ แต่อาจจะยังต่ำกว่าเมื่อเทียบ YoY


ผลประกอบการงวด 1Q56 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น QoQ เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานสูงเหมือนในงวด 4Q55 และยอดขายยังคงมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับงวด 4Q55 เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ยังคงเร่งกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ตามยอดจองรถที่ค้างมาจากปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานอาจจะยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับงวด 1Q55 ที่ TKT มีกำไรอยู่ที่ 28 ล้านบาท เนื่องจากอัตราภาษีจ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI หลายโครงการ รวมทั้ง TKT มีนโยบายการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายโบนัสสูงขึ้นจากปีก่อน


มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวออร์เดอร์กลุ่มลูกค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า


ปี 2556 TKT มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากแผนการปรับฐานการผลิตของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายอาจทำให้ออร์เดอร์งานชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลงจากปีก่อน ขณะที่กลุ่มลูกค้าชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามภาวะการผลิตรถยนต์ในปี 2556 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 3 – 7% YoY เราจึงยังคงประมาณการผลประกอบการปี 2556 ของ TKT อย่างอนุรักษ์นิยม คาดยอดขายเติบโต 9% YoY เป็น 2 พันล้านบาท และกำไรเติบโต 14% YoY เป็น 97 ล้านบาท


ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลง และลดน้ำหนักคำแนะนำลงเป็น “ถือ”


เนื่องด้วยปี 2556 TKT มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการชะลอออร์เดอร์ของกลุ่มลูกค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจึงปรับลดมูลค่าเหมาะสมหุ้น TKT ลงจากเดิม 10% มาอยู่ที่ 4.60 บาท (จากเดิม 5.10 บาท) ด้วยการเพิ่มอัตราการคิดลดเป็น 11% (จากเดิม 10%) เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 10 เท่า ประกอบกับผลประกอบการปี 2556 มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวลง ไม่โดดเด่นเหมือนปีก่อน เราจึงลดน้ำหนักคำแนะนำลงเป็น “ถือ” (จากเดิม “ซื้อ”)