วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกซื้อ Domestic Play

ธปท.รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.55 พบว่าเศรษฐกิจไทยในเดือนดังกล่าวชะลอตัวลง

เห็นได้จากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการส่งออกที่ลดลง 2.9%MoM, -0.8%MoM และ -7.1%MoM ตามลำดับ เนื่องจากมีการบริโภคและลงทุนไปมากในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นปัญหาแรงงานตึงตัวก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การลงทุนต้องชะลอลง สำหรับการส่งออกที่อ่อนจากเดือนก่อนหน้าเป็นเพราะอุปสงค์ในตลาดโลกยังไม่เสถียรในช่วงแรกของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่พบว่าการบริโภคและส่งออกสินค้าในหมวดยานยนต์ยังคงแข็งแกร่งมาก ภาคการเกษตรยังคงแผ่วลงเมื่อเทียบ YoY โดยราคาสินค้าเกษตรเดือนธ.ค.55 ลดลง 6.5%YoY ส่วนปริมาณผลผลิตสูงขึ้น 1.4%YoY อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า รายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 2.5%MoM โดยในส่วนของยางพารามีสัญญาณที่ดีขึ้นจากอุปสงค์ของจีนสูงขึ้นทำให้ไทยส่งออกยางพาราได้มากขึ้น

สำหรับภาคที่ยังคงเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่งในเดือนธ.ค.55 คือ ท่องเที่ยว โดยปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสูงถึง 2.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30.9%YoY และอัตราการเข้าพักของโรงแรมขยับขึ้นเป็น 69.4% ซึ่งแข็งแกร่งมาก โดยหลักมาจากนักท่องเที่ยวในแถบเอเชีย เช่น จีน อาเซียน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สำหรับเสถียรภาพของเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อไม่สูง อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับปานกลาง-ต่ำ ซึ่งเกื้อหนุนต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ทาง Retail Research DBSV เห็นว่า แม้เศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค.55 จะแผ่วลงไปบ้าง แต่โดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีและขยายตัวได้ต่อเนื่องในปี 2556 โดยธุรกิจที่อยู่ในกลุ่ม Real Sectors ที่คาดว่ายังไปได้ดีในปีนี้ คือ
1) ยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งยังต้องเร่งผลิตและส่งมอบรถยนต์อีกหลายแสนคันในช่วง 1H56 และขยายกำลังการผลิตรองรับรถยนต์อีโคคาร์และเพื่อการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว หุ้นปัจจัยพื้นฐานเด่นในกลุ่มนี้ คือ SAT, STANLY, LHK
2) ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามการลงทุนภาคเอกชนและรัฐบาลที่เติบโตสูง โดยวัสดุก่อสร้างที่โดดเด่นจะเป็นซีเมนต์, เหล็ก เพราะเป็นวัสดุหลักที่ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ หุ้นเด่น SCC, TMT
3) ธุรกิจสื่อสารและสื่อ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเทคโนโลยี & การบริโภค เช่น ธุรกิจ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตช์ที่จะเข้ามาแทน 2G, ทีวีดาวเทียม, ดิจิทัลทีวี, อินเทอร์เน็ต เป็นต้น หุ้นเด่น ADVANC, DTAC, INTUCH, BEC, MCOT
4) อสังหาริมทรัพย์ เราประเมินว่าทั้งนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และที่พักอาศัยจะขยายตัวได้ดีใน 1-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งทั้งในฝั่งอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของเศรษฐกิจ และการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย หุ้นเด่นในกลุ่มนิคม คือ AMATA, ROJNA กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็น CK, STEC, STPI กลุ่มที่พักอาศัย ได้แก่ AP, QH, SIRI เป็นต้น
5) ขนส่ง เนื่องจากเศรษฐกิจต้องการโครงสร้างขั้นพื้นฐานรองรับการเติบโต ดังนั้นกลุ่มขนส่งก็ต้องมีการขยายโครงข่ายการบริการเพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณการค้า และการเดินทาง หุ้นเด่น คือ AOT, BTS
ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะเติบโตได้แข็งแกร่งต่อในปี 2556 จากความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อการลงทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น การขยายรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรองค่าเผื่อฯที่น้อยลงสู่ระดับปกติ (หลังจากที่ตั้งสำรองค่าเผื่อฯ สูงมากใน 4Q55 ไปแล้ว) หุ้นเด่น คือ KTB, TCAP
สำหรับกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ธุรกิจเกษตรส่งออก และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เราเห็นว่าอาจยังมีความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 1H56 เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มีรายได้บางส่วนหรือเกือบทั้งหมดอิงกับเงินตราต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่อิงกับ US$ แม้ว่าบางส่วนจะมีการประกันความเสี่ยงตามธรรมชาติ (Natural Hedge) จากการนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักรและอุปสงค์ รวมถึงการมีหนี้สินในรูปเงินตราต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถครอบคลุมความเสี่ยงจากบาทแข็งได้ทั้งหมด
หุ้น Top Picks ของเดือนก.พ.56 เรายังคงเน้นไปในกลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจภายใน มีปัจจัยพื้นฐานมั่นคง กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) เติบโตได้อย่างแน่นอนและมีเสถียรภาพในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า และฐานะการเงินแข็งแรง ซึ่งได้แก่ KTB, ROJNA, SAT, STEC, STPI

--------------------------------------