พักตัวระยะสั้นไม่ต่ำกว่า 1,465 จุดเป็นโอกาสซื้อหุ้น Laggard เป้าดีดกลับเหนือ 1,500 จุด
SET View
แนวโน้ม SET วันนี้ วานนี้ SET ถอยตัวลงตามที่เราคาดไว้ หลังขึ้นมาใกล้เคียงแนวต้านบริเวณ 1,500 (+/-10) จุด แต่เรายังคงยืนยันว่าถ้าการถอยตัวลงยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,465 (+/-5) จุด ในทางเทคนิค SET ยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นเหนือ 1,500 จุดไปยังกรอบ 1,550-1,600 จุดในช่วงก่อนจบ มี.ค.2556 แม้ว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยอาจเจอแรงขายออกมาบ้างในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นโลก แต่เรายังคงมองว่าตราบใดก็ตามที่ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ใน Momentum ขาขึ้นได้ (แม้ว่าจะมีพักตัวบ้างในช่วงสั้น) แนวโน้มใหญ่ของตลาดหุ้นไทยยังคงไม่เปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นลง
ปัจจัยที่เราแนะนำให้ติดตามคือ Momentum ขาขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ หนึ่ง ดัชนี VIX Index ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA 75 วันที่ 15.5 (ล่าสุดอยู่ที่ 14.3) สอง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปียังสูงกว่าเส้น EMA 75 วันที่ 1.8% (ล่าสุดอยู่ที่ 2.2) สาม ดัชนี U.S.Dollar Index ยังต่ำกว่าเส้น EMA 75 วันที่ 80.1 (ล่าสุดอยู่ที่ 79.1)
ปัจจัยหนุนต่อเนื่องในวันนี้ จะอยู่ที่การประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือน ม.ค.2556 ของจีน และยูโรโซน โดยที่ Consensus ประเมินว่าตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือน ม.ค.2556 ของจีนจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.0 จาก 50.6 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ในส่วนของอิตาลี และฝรั่งเศสจะออกมาที่ 47.6 และ 43.0 เพิ่มขึ้นจาก 46.7 และ 42.9 ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดีConsensus ประเมินว่า PMI ภาคการผลิตเดือน ม.ค.2556 ของเยอรมัน และยูโรโซนจะทรงตัวเท่ากับเดือนก่อนหน้าที่ 48.8 และ 47.5 ตามลำดับ
กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,465 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” โดยมีเป้าหมายก่อนจบ มี.ค.2556 เหนือ 1,500 จุด ในหุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมีที่ยังคงมี Upside ได้แก่ IVL, PTTGC, TOP, PTT และ IRPC ร่วมกับหุ้น BBL, BAY, TMB, STEC, CNT, CPN, SAT, STANLY, MFEC และ SAMART
Stock Picks
SAT (+) ผลประกอบการปี 2556 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น คาดกำไรเติบโต 25% YoY จากยอดขายที่เติบโตตามภาวะอุตฯ ยานยนต์และความสามารถในการทำกำไรฟื้นตัวดีขึ้นหลังสามารถเดินเครื่องการผลิตในโรงงานใหม่ ICP2 ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ SAT ยังมีแผนลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย และอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตไม่แพ้ประเทศไทย โดยเราเลือก SAT เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม แนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสม 40.50 บาท
TOG (+) คาดผลประกอบการ 4Q55 พลิกเป็นกำไร 76 ล้านบาท จากขาดทุน 9 ล้านบาท ใน 3Q55 และจากขาดทุน 102 ล้านบาท ใน 4Q54 เนื่องจากคาดว่าจะได้รับเงินสินไหมประกันส่วนที่เหลือราว 60 - 90 ล้านบาท ขณะที่เรามองว่าราคาหุ้น TOG ในปัจจุบันยังไม่สะท้อนต่อแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกำไรในงวด 4Q55 หลังจากที่ราคาหุ้น TOG อ่อนตัวลงจากประมาณ 4 บาท มาตั้งแต่ช่วงประกาศผลประกอบการ 3Q55 ที่น่าผิดหวัง โดยในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 3.50 – 3.60 บาท แนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าเหมาะสม 4.20 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดลบเข้าสู่แนวโน้มแกว่งตัวปรับฐาน คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1468-1480 จุด การแกว่งตัวอาจกินเวลา 1-2 วัน ในแง่ของกลยุทธ์ทางเทคนิค ถ้าดัชนียืนเหนือ 1465 จุด เป็นสัญญาณถือหุ้นหรือเลือกซื้อเก็งกำไรเป็นรายตัวได้ กรณีต่ำกว่า 1460 จุด เป็นสัญญาณขาย






