วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Electronic Sector

มีความน่าสนใจเฉพาะรายบริษัท

คาด 4Q55 ผลการดำเนินงานของ KCE ฟื้นตัวดีสุด


ใน 4Q55 คาดว่า 4 บริษัทที่ศึกษาได้แก่ DELTA, HANA, KCE และ SVI จะมีกำไรสุทธิรวม 1,465 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิใน 4Q54 แต่ลดลง 57% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล หากไม่รวมรายรับเงินประกันความเสียหายจากน้ำท่วมของ HANA, KCE และ SVI รวมทั้งกำไรพิเศษจากการซื้อกิจการของ KCE คาดว่าผลการดำเนินงานรวมจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 83% YoY โดย KCE จะมีกำไรปกติฟื้นตัวดีสุด ส่วน SVI มีกำไรฟื้นตัว QoQ เป็นอันดับ 2 ขณะที่ DELTA และ HANA คาดว่าจะมีกำไรลดลง QoQ ตามยอดขายและ Gross margin ชะลอตัวลง


ปี 2556 ความเสี่ยงหลักคือ ความต้องการสินค้ายังไม่แน่นอน


ทิศทางกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปีนี้ยังมีความกังวล 3 เรื่อง 1) การปรับตัวของสินค้าคงคลังเพื่อดูแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ, ยุโรป และจีน ทำให้ระยะสั้นจะส่งผลต่อ Supply chain 2) ความต้องการสินค้าของลูกค้ายังมีความไม่แน่นอน และ 3) ความสามารถในการแข่งขันลดลงจากต้นทุนการผลิตสูง สำหรับแนวโน้มตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลกปีนี้ iSupply คาดว่าจะเติบโต 6% ตลาดเอเชียคาดว่าจะเติบโตดีสุด 7% ขณะที่ตลาดยุโรปจะเติบโตน้อยสุด 3% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรป เราเห็นการปรับตัวของ DELTA และ SVI ในการขยายตลาดใหม่โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ลดความเสี่ยงตลาดหลักเดิมในยุโรป


ค่าเงินบาทแข็งกดดัน HANA มากสุด


เราใช้สมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ย 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในประมาณการกำไรสุทธิของ 4 บริษัทที่ศึกษา กรณีค่าเงินบาทแข็ง คาดว่าจะกระทบ HANA มากสุด เนื่องจากมีสัดส่วนนำเข้าวัตถุดิบสกุลดอลลาร์ 60-65% รองลงมาคือ KCE มีสัดส่วนวัตถุดิบสกุลดอลลาร์ 60-70% ขณะที่ DELTA และ SVI มีสัดส่วนนำเข้าวัตถุดิบใกล้เคียงกัน 80-90% โดยทุก 1 บาทที่แข็งค่า จะกระทบกำไรจากการดำเนินงานของ HANA และ KCE ลดลงราว 10% และ 7% ตามลำดับ ส่วน DELTA และ SVI จะมีผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานลดลง 5-6% (KCE และ SVI ไม่รวมผลของค่าเงินต่อหนี้ต่างประเทศ)


เห็น Upside ส่วนเพิ่มของ SVI และ HANA


ให้น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาด” สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากกังวล 2 ปัจจัย 1) ความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อสินค้า และ 2) ผลค่าเงินบาทแข็งกระทบการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น
อย่างไรก็ตามเรามองว่าแต่ละบริษัทมีปัจจัยเฉพาะตัวต่อผลการดำเนินงานปีนี้ เราเห็น upside ส่วนเพิ่มของ SVI และ HANA จากความสามารถในการเพิ่ม Gross margin ตาม Product mix ยอดขายสินค้า margin สูงดีขึ้นใน 2H56 ทั้งนี้ SVI มีประเด็นขายหุ้นคืน (ต้นทุนเฉลี่ย 3.77 บาท) ในตลาดกดดันราคาหุ้นระยะสั้น ส่วน HANA ถูกกดดันจากกังวลผลกระทบค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ซื้อขาย PBV ต่ำสุดเมื่อเทียบทั้ง 4 บริษัท สำหรับ DELTA มีความน่าสนใจเรื่องเงินปันผลสูงสุดในกลุ่ม (ตลาดคาดเงินปันผลหุ้นละ 1.70-2.00 บาท) ขณะที่ KCE มองว่าราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวแล้ว และมีความเสี่ยงระดมทุนสร้างโรงงานใหม่มูลค่าเงินลงทุนรวม 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เงินลงทุนเฟสแรกราว 1,400 ล้านบาทใน 2H56 มองว่าการเพิ่มทุนอาจเป็นทางเลือกหนึ่งของ KCE


คาด 4Q55 ผลการดำเนินงานรวม 4 บริษัทที่ศึกษามีกำไรเพิ่มขึ้น 83% YoY


เราคาดว่าผลประกอบการ 4Q55 ของ 4 บริษัทที่ศึกษาได้แก่ DELTA, HANA, KCE และ SVI จะมีกำไรสุทธิรวม 1,465 ล้านบาท ลดลง 57% QoQ แต่ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิรวมใน 4Q54 หากไม่รวมรายรับเงินประกันความเสียหายน้ำท่วมของ HANA, KCE และ SVI รวมทั้งกำไรจากการซื้อเคมโทรนิคของ KCE ราว 50 ล้านบาท คาดว่าผลการดำเนินงานจะมีกำไรรวม 1,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% YoY แต่ลดลง 53% QoQ


พิจารณารายบริษัทพบว่า KCE จะมีกำไรปกติ 82 ล้านบาท ฟื้นตัวจากขาดทุนใน 4Q54 และเพิ่มขึ้นโดดเด่น 148% QoQ เป็นไตรมาสดีสุดของปีจากยอดขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งรับรู้ผลการดำเนินงานของเคมโทรนิค และลดอัตราของเสียจากการผลิตเหลือ 5% หนุน Gross margin ดีขึ้นเป็น 20% ส่วน SVI คาดว่าจะมีกำไร 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% QoQ เป็นอันดับ 2 จาก Gross margin ดีขึ้นเป็น 9% และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากคืนหนี้ ขณะที่ DELTA และ HANA คาดว่าจะมีกำไรลดลง 62% QoQ และ 41% QoQ ตามลำดับ เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมียอดขายและ Gross margin ชะลอลง QoQ


สำหรับประมาณการเงินปันผลปี 2555 คาดว่า DELTA จะจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.70 บาท (yield 5%) ถือว่ามีความน่าสนใจในแง่ผลตอบแทนเงินปันผลสูงสุดเมื่อเทียบกับอีก 3 บริษัทที่ศึกษา