วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ตั้งบอร์ดช่วยเอสเอ็มอีอ่วมค่าแรง300

ครม.ไฟเขียวตั้งคณะกรรมการพิจารณาช่วยเหลือเอสเอ็มอีลดผลกระทบ 300บาท ตั้ง "นิวัฒน์ธำรง" เป็นประธาน ออกมาตรการอุ้ม

นายทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (29 ม.ค.) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาผลกระทบและมาตราการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่างๆที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่เพียงแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผลกระทบอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป และผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นต้น

สศช.ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม.ว่าตามที่ สศช.ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งวิกฤตยูโรโซน การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ และอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทั้งนี้เพื่อบรรเทาปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะการเสรอมสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถช่วยเหลือตนเองได้ก่อนที่จะขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดย สศช.พิจารณาเห็นควรแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมขึ้นมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯประกอบไปด้วย ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ และกรรมการ 30 คน ได้แก่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นที่ปรึกษา นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นประธานกรรมการ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 มรว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 ส่วนกรรมการคนอื่นๆ เช่น ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ สศช. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นต้น โดยมีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบไปด้วย 1.กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนกำหนดสาขาของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จะได้รับความช่วยเหลือ 2.กำหนดกรอบการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในลักษณะงบฉุกเฉินเร่งด่วนหรือเป็นเงินอุดหนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จนสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ของรัฐหรือเอกชนได้ เช่น การปรับโครงสร้างกิจการ การลดต้นทุนการผลิต และการแสวงหาตลาด

3.จัดทำแนวทางการจัดสรรและอนุมัติงบประมาณการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือ ตามข้อ 2 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจตลอดจนพิจารณาเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และสาขาของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 4.จัดทำระเบียบ ประกาศและคำสั่ง ตลอดจนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเพื่อรองรับการปฏิบัติงาน 5.แต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

6.ติดตามและประเมินผลกระทบการดำเนินงานเชิงวิชาการ และการวิจัยในส่วนที่เกี่ยวข้อง 7.รายงานผลการปฏิบัติงานและปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานต่อนายกรัฐมนตรี 8.เชิญชวนส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่นๆ และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม ให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็น หรือจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ และ 9.ดำเนินการอื่นๆตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งนี้ให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ท