"วีรพงษ์"ยันหนี้สาธารณะประเทศไม่อยู่ในระดับอันตราย ชี้กู้ 2 ล้านล้าน สร้างทรัพย์สินประเทศ แนะหน่วยงานรัฐกู้ในประเทศ
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เปิดเผยว่าหนี้สาธารณะของประเทศล่าสุดเดือนพ.ย. 2555 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.875 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 43.47% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือ จีดีพี ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับฐานของประเทศในขณะนี้ที่แข็งแกร่ง เพราะเกินดุลการค้า เกินดุลบัญชีเดินสะพัด มีทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก รวมทั้งไม่มีปัญหาขาดดุลงบประมาณมากจนเกินไป จึงมีความสามารถเพียงพอที่รัฐบาลจะกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจำนวน 2 ล้านล้านบาทเพื่อเปลี่ยนทรัพย์สินของประเทศที่ไม่มีมูลค่าให้เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ดังนั้นจึงไม่ได้ทำให้หนี้สาธารณะของประเทศมีปัญหาจนน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด
"ผมดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จึงไม่ต้องห่วงเพราะการกู้เงินของรัฐบาลครั้งนี้ไม่เหมือน 20 ปีก่อนเพราะเป็นการกู้เงินมาลงทุนไม่ได้กู้มาเพื่อบริโภค แต่เป็นการเปลี่ยนพันธบัตรของสหรัฐที่มีดอกเบี้ยถูกให้เป็นรางรถไฟที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและอยู่ได้เป็น100 ปี ดังนั้นหากหนี้สาธารณะจะเพิ่มเป็น 70 - 80% เมื่อเทียบกับฐานะของประเทศและการลงทุนแล้วในขณะนี้แล้วก็ถือว่าต่ำมากไม่น่าเป็นห่ว ง ซึ่งการพูดเรื่องหนี้ของประเทศต้องดูไส้ในดูรายละเอียดให้ชัดเจนไม่ใช่พูดแบบรวม ๆ แล้วทำให้เกิดการเข้าใจผิดไปทั้งวงการและประชาชนทั้งประเทศ"
เขากล่าวด้วยว่าองค์ประกอบของหนี้สาธารณะของประเทศมีหลายส่วน ดังนั้นการจะพูดหรือวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจนไม่ใช่พูดแบบรวม ๆ เพราะมีทั้งหนี้ของรัฐบาล มีทั้งหนี้ของรัฐวิสาหกิจ หนี้ที่กู้ยืมจากต่างประเทศ หนี้ที่กู้ยืมจากในประเทศ ซึ่งต้องแยกแยะชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะจะสูงหรือต่ำต้องเทียบกับฐานะทางการเงินของประเทศทั้งการขาดดุล การเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญหากสร้างหนี้เพื่อการลงทุนแล้วจะมีสัดส่วน 50 หรือ 60หรือ 70% ก็ไม่อันตราย
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้มีเงินดอลลาร์ไหลเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก ดังนั้นไม่มีความจำเป็นเลยที่รัฐบาลจะต้องไปกู้ต่างประเทศแต่สามารถที่จะกู้เป็นเงินบาทในประเทศแทนได้ ซึ่งรวมถึงบรรดารัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาลงทุนเพราะในประเทศมีเงินบาทจำนวนมากอยู่แล้ว
นายวีรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาในรายละเอียดถึงการจัดตั้งองค์กรใหม่เพื่อมาบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าของประเทศซึ่งถือเป็นโครงการลงทุนที่สำคัญของประเทศ โดยล่าสุดที่ประชุมกยอ.เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติเงินจำนวน 6 ล้านบาท เพื่อให้ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือทีซีดีซี ไปศึกษารายละเอียดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการรถไฟฟ้าได้อย่างไร และอนุมัติเงินอีก 13 ล้านบาทให้กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ไปศึกษารายละเอียดเรื่องการกำจัดกากอุตสาหกรรมโดยให้จัดทำในระดับชาติ








