วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นูสกินไฟเขียวไทย-สิงคโปร์ฐานผลิตอาเซียน

“นูสกิน” อนุมัติแผนวาง "ไทย-สิงคโปร์" ฐานผลิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับตลาดเออีซี ปีนี้จัดหนักงบการตลาดเพิ่ม 40%

นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) และเวียดนาม เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทแม่นูสกิน ในสหรัฐอเมริกา ได้อนุมัติแผนให้ประเทศไทยและสิงคโปร์ เป็นฐานผลิตนอกประเทศสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ด้วยวิธีว่าจ้างโรงงานผลิต (โออีเอ็ม) แต่ไม่มีนโยบายสร้างโรงงานเอง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาไลน์การผลิตสินค้าในไทย คาดว่ากลุ่มแรกจะเน้นสินค้าขายดี เช่น ไลฟ์แพค กาวาร์นิคสปา จี3

“นโยบายนี้เป็นการเปลี่ยนจากแต่เดิมที่สินค้าทั้งหมดต้องนำเข้าจากอเมริกา โดยสิงคโปร์เป็นเพียงฐานในการส่งสินค้า หรือแวร์เฮาส์ และเรายังมีความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนา จากการมีสถาบันวิจัยพันธุวิศวกรรมไลฟ์เจนเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้วิจัยและค้นคว้ารหัสพันธุกรรมหรือยีน ที่นำมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยี เอจล็อค ซึ่งเป็นสินค้าขายดีและเป็นสินค้าเรือธงของนูสกิน”

นางภคพรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ถึงปี 2558 จะเน้นขยายตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อยอดขายเติบโต 20-25% ทุกปี จนไปถึง 5,000 ล้านบาทในปี 2558 ดังนั้น ปีนี้จึงจัดสรรงบการตลาดและการโฆษณาเพิ่มขึ้น 40% เป็น 90 ล้านบาท ในการทำตลาดแบบ 360 องศาทั้งแบบผ่านสื่อหลัก และแบบไม่ผ่านสื่อโฆษณา เพื่อสร้างแบรนด์ให้รู้จักในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงการขยายฐานสมาชิกเพิ่ม 20% จาก 2.3 แสนรายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ จะตอกย้ำกลยุทธ์เป็นองค์กรผู้นำแห่งการต่อต้านและลดเลือนริ้วรอย ภายใต้เทคโนโลยีเอจล็อค โดยพัฒนาสินค้าใหม่สู่ตลาดทุก 2 ปี ในปีนี้ จะเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ เอจล็อค อาร์สแควร์ และเอจล็อค ทรูเฟซ เอสเซ็นซ์อัลตร้า เพื่อการเป็นผู้นำตลาดแอนไทเอจจิ้ง อีกทั้งใช้กลยุทธ์สร้างโอกาสทางธุรกิจ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มจำนวนผู้ทำธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบ

“ปีนี้การตลาดจะเข้มข้นมากกว่าทุกปี นอกจากจัดโรดโชว์ อีเว้นท์ การประชุมสัมมนา และโปรแกรมโบนัสท่องเที่ยวแล้ว ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ใช้สื่อทีวี โดยมีการออกภาพยนตร์โฆษณาชุด นูสกิน เดอะ รียูเนี่ยน เพื่อสร้างแบรนด์นูสกิน ให้เป็นรู้จักในวงกว้างและเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น” นางภคพรรณกล่าว

สำหรับยอดขายนูสกินไทย ปีที่แล้ว อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท เติบโต 16% ปีนี้ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 20% สัดส่วนยอดขายมาจากเสริมอาหารและสกินแคร์ เท่ากัน 50% แบ่งสัดส่วนมาจากกรุงเทพฯ 60% ต่างจังหวัด 40% คาดว่าปีนี้ต่างจังหวัดจะเพิ่มเป็น 45%