BGH : ซื้อ ...ราคาพื้นฐาน 135 บาท
นายวิชัย ทองแตง รองประธานกรรมการ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เผยว่า การที่บริษัทให้บริษัทย่อยคือ บริษัทรอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% เข้าซื้อหุ้นของบริษัท โรงพยาบาลกรุงธน จำกัด (มหาชน) หรือ KDH จำนวน 3,741,737 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.94% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของรพ.กรุงธน จากผู้ถือหุ้นเดิมของรพ.กรุงธน เป็นการเฉพาะเจาะจง (กลุ่มสุขพันธ์โพธาราม) ในราคาหุ้นละ 55 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 205,795,535 บาท และคาดว่าจะทำการซื้อขายผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯบนกระดานรายใหญ่ภายในวันที่ 31 ม.ค.’56 ถือเป็นยุทธศาสตร์ของนพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่วางการเติบโต BGH จาก 2 โมเดล 1.การสร้างโรงพยาบาลในหัวเมือง 2. การซื้อโรงพยาบาล หรือ M&A อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นการดำเนินการดังกล่าวยังไม่มีผลให้บริษัทจะต้องมีการปรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ผู้บริหาร BGG คาดว่าปี 2556 รายได้จะเพิ่มขึ้น 13-14% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนงบลงทุนอยู่ที่ 10-12% ของรายได้ โดยจะรวมงบในส่วนของการซื้อกิจการโรงพยาบาลเพิ่มเติม (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
BCP : ซื้อ ...ราคาพื้นฐาน 42.75 บาท
นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2556 จะมีรายได้ก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเลื่อม (EBITDA) ประมาณ 10,000 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปี 2555 โดยปัจจัยสนับสนุนเกิดขึ้นจากทางบริษัทจะสามารถเดินเครื่องกลั่นน้ำมันเฉลี่ยได้ทั้งปีที่จำนวน 1.1 แสนบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ รวมทั้งในปีนี้ทางบริษัทยังไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงประจำปี จึงทำให้ BCP สามารถเดินเครื่องกลั่นน้ำมันได้อย่างเต็มกำลัง นอกจากนี้ประเมินค่าการกลั่นเฉลี่ยไว้ 7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือ Sunny Bangchak เฟส 2 ที่อำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตจำหน่ายรวม 32 เมกะวัตต์จะมีแนวโน้มจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไดภายในไตรมาสที่ 1/56 ขณะที่โรงไฟฟ้าเฟส 1 ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 44 เมกะวัตต์ ดังนั้น เมื่อรวมกำลังการผลิตทั้ง 2 เฟส จะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์รวมทั้งสิ้นระดับ 70 เมกะวัตต์ และสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท
KSL : ซื้อ ...ราคาพื้นฐาน 17 บาท
บมจ.น้ำตาลขอนแก่น ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของไทย จะซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 78.79 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 5% โดยใช้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 พันล้านบาท โดย KSL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันศุกร์ ได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนดังกล่าวเพื่อการบริหารทางการเงิน โดยจะซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์ฯและจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 ส.ค.56 ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนมูลค่าหุ้นที่เหมาะสม และช่วยให้หุ้นของบริษัทมีการหมุนเวียนเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นการบริหารทางการเงิน เนื่องจากบริษัทมีกำไรสะสม มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอที่จะนำไปลงทุนในหุ้นของบริษัท โดยเชื่อว่าการลงทุนในหุ้นของบริษัท จะได้รับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนประเภทอื่น และไม่กระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ และแผนลงทุนในอนาคต









