ปรับประมาณการและราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 30 บาท
GUNKUL เป็นบริษัทชั้นนำในกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีอัตราการเติบโตสูงและมีเสถียรภาพต่อเนื่อง เราคาดกำไรปีนี้โตก้าวกระโดด 111% จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์รวม 41MW เต็มปีในปีนี้เป็นปีแรก และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 60MW ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วและจะเริ่มรับรู้รายได้กลางปีนี้เช่นกัน ขณะเดียวกันตลาดซื้อขายอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจทั้งในไทยและพม่า และบริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในพม่าอีก 1,000MW และในไทยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30 บาทจากเดิม 22.50 บาท ยังคงแนะนำ ซื้อ
รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เต็มปีในปี 2013 หนุนกำไรโตก้าวกระโดด : ช่วงที่ผ่านมารายได้ของ GUNKUL เติบโตอย่างก้าวกระโดดทุกส่วนงานโดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2011 ที่เริ่มมีรายได้จากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและขายไฟฟ้า สำหรับงวด 9M12 รายได้รวมที่เติบโตถึง 59.5% Y-Y มาจากการเติบโตของรายได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้า (46% ของรายได้รวม) ถึง 356.5% Y-Y การขายอุปกรณ์ไฟฟ้า (32% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้น 86.5% Y-Y การขายไฟฟ้า (4% ของรายได้รวม) เติบโต 224.4% Y-Y ส่วนการขายอุปกรณ์ในพม่า (17% ของรายได้รวม) เป็นธุรกิจเดียวที่ลดลง 49.4% Y-Y จากความไม่สงบภายในประเทศ แต่ตลาดไฟฟ้าในพม่ายังขยายตัวได้อีกมากจากการเปิดประเทศ ขณะที่ BACKLOG มีมากกว่าคาด เป็น 1,642 ล้านบาท ณ สิ้น พ.ย. 2012 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2013 เพิ่มขึ้น 27.5% เป็น 649 ล้านบาท โตก้าวกระโดด 111% Y-Y
คาดเติบโตต่อเนื่องอีก 39.7% ในปี 2014 จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเต็มปี : สำหรับปี 2012 เราคาดกำไรสุทธิ 724 ล้านบาท (+708.3% Y-Y) จากกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 26MW (GPS) ให้ EGCO 60% จำนวน 416 ล้านบาท ส่วนกำไรปกติคาดโต 100.1% สำหรับกำไรปกติปี 2013 ที่คาดโตก้าวกระโดด 111% Y-Y เป็น 649 ล้านบาท หลักๆ มาจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 42MW เต็มปี และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 10MW ที่จะรับรู้ใน 4Q13 และคาดกำไรปี 2014 โตอีก 39.7% จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 10MW เต็มปี
แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 30 บาทหุ้น (SUM OF THE PART) : เราประเมินมูลค่าหุ้นโดยวิธี SUM OF THE PART แบ่งเป็นมูลค่าพื้นฐานของธุรกิจขายอุปกรณ์ งานให้บริการ และงานรับเหมาก่อสร้างเท่ากับ 15.24 บาท (อิง PE 18 เท่า) บวกกับมูลค่าปัจจุบันสุทธิของโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แห่งที่ 1 มูลค่า 2.97 บาท และแห่งที่ 2 (ตามสัดส่วนการถือหุ้น 40%) 1.26 บาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม 1,000MW ในพม่า สมมติให้บริษัทถือหุ้น 10% คิดเป็นมูลค่า 6.33 บาท และโรงไฟฟ้าพลังงานลมห้วยบง 60MW (ตามสัดส่วนการถือหุ้น 70%) 4.20 บาท รวมเป็นมูลค่า 30 บาท มี UPSIDE จากราคาหุ้นปัจจุบัน 20% จึงยังคงแนะนำซื้อ









