วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การลงทุนหนุนเศรษฐกิจจีนและไทยในปี 2556

GDP ไตรมาส 4/55 ของจีนเติบโต 7.9%YoY ดีขึ้นจาก 7.4%YoY ในไตรมาส 3/55 ซึ่งเป็นไปตามคาด

ทั้งนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.55 ของจีนเพิ่มขึ้น 10.1%MoM และเติบโต 10.3%YoY สำหรับทั้งปี 2555 เติบโต 10%YoY ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.55 เพิ่มก้าวกระโดด 15.2%YoY และราคาบ้านในเมืองใหญ่เดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น MoM บ่งชี้ถึงความต้องการซื้อที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สำหรับยอดลงทุนในสินทรัพย์ถาวรปี 2555 เติบโตชะลอลงเป็น 20.6%YoY

การเติบโตที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจจีนหนุนอุปสงค์และราคาโภคภัณฑ์ DBS Bank มีมุมมองที่เป็นบวกกับเศรษฐกิจจีนในปี 2556 โดยคาดว่า GDP จะขยายตัวได้ถึง 9% เนื่องจากคาดการณ์ว่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจะขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวของจีนมีขนาดใหญ่มาก โดยในปี 2554 มูลค่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนมากกว่ามูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐ 30% และสูงกว่ามูลค่า GDP ที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชียทั้งหมด (ไม่รวมจีน) ถึง 39% จึงสามารถกล่าวได้ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจะเป็น Key growth หนึ่งของเศรษฐกิจโลกในปี 2556 และจะผลักดันให้อุปสงค์ของเอเชียและตลาดโลกดีขึ้น และเป็นบวกกับกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ก๊าซ & น้ำมัน, ถ่านหิน, ปิโตรเคมี, ทองคำ, เหล็ก, โลหะต่างๆ เพราะจีนเป็นผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่เป็นอันดับ 1 ใน 3 ของโลกในแทบทุกรายการ สำหรับหลักทรัพย์ในกลุ่มโภคภัณฑ์ที่เราชอบ คือ PTT (ราคาพื้นฐาน DBSV 380 บาท), PTTGC (ราคาพื้นฐาน DBSV 83 บาท) และ VNT (ราคาพื้นฐาน DBSV 20.90 บาท)

รัฐบาลและภาคเอกชนไทยกำลังเร่งขยายการลงทุน รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการลงทุนในรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ รวมทั้งกำลังทำร่างพ.ร.บ.โครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทในระยะ 7 ปีข้างหน้าเพื่อหนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงคมนาคมได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง สัญญาที่ 1 กับ STEC+UNIQ มูลค่า 2.98 หมื่นล้านบาทแล้ว และคาดว่าจะลงนามในสัญญาที่ 2 กับ ITD ในเดือนก.พ.56

ทางด้านภาคเอกชนมีแผนลงทุนรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและ AEC อย่างแข็งแกร่ง เราเห็นว่าการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะเป็น Key Growth สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2556 และระยะต่อไป โดยธปท.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนปี 2556 จาก 6.8% เป็น 12.1% สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่เป็นบวกมากกับภาคการลงทุน โดยตัวเลขประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมเม็ดเงินจากโครงการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งการลงทุนที่แข็งแกร่งเป็นบวกโดยตรงกับอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งช่วยผลักดันการเติบโตของสินเชื่อเพื่อการลงทุนของธนาคารพาณิชย์ด้วย

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานเด่นในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง คือ STEC (ราคาพื้นฐาน SAA Consensus 29.4 บาท), CK (ราคาพื้นฐาน DBSV 20 บาท) ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้างเป็น SCC (ราคาพื้นฐาน DBSV 450 บาท), TMT (ราคาพื้นฐาน DBSV 11.50 บาท) ด้านธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน เราชอบ KTB (ราคาพื้นฐาน DBSV 22 บาท)