วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยืนเหนือบริเวณ 1432 จุดได้ จะยืนยันการปรับฐานเสร็จสิ้น

ปัจจัยจิตวิทยาตลาด: บวก

(+) ค่าเงินบาท (ล่าสุดที่ 29.78 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) แข็งค่าสุดในรอบ 13 เดือนบ่งบอกถึงเม็ดเงินไหลเข้าในภูมิภาค เป็นผลจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของทั้งสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น

(+) ทั้งราคาทองคำและน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือเส้นแนวโน้มระยะยาวในสัปดาห์ก่อน (MA200 วัน หรือ US$1,677 และ US$110 สำหรับทองคำและน้ำมันดิบตามลำดับ) เป็นปัจจัยจิตวิทยาเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

(+) นักลงทุนต่างชาติคงซื้อสุทธิต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนราว 3.7 พันล้านบาทเฉพาะช่วงสี่วันทำการ

ปัจจัยด้านเทคนิค: จุดตัดสินอยู่ที่ 1432

กราฟรายวันของดัชนี SET Index สัปดาห์ก่อนยังคงแกว่งตัวบริเวณ Middle line ของ Uptrend channels (ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 1420 จุด) เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้จะอยู่ในช่วงของการพักฐาน แต่สัญญาณทางเทคนิคบ่งบอกถึงรูปแบบราคาที่ดีขึ้นกล่าวคือ การทดสอบบริเวณ Middle line เมื่อสองครั้งก่อนหน้า (กลางเดือนก.ค. 55 และต้นเดือนต.ค. 55) ดัชนีจะปรับตัวลงทันที ต่างจากครั้งนี้ที่ดัชนีคงผันผวนขึ้นลงสลับกันบริเวณ Middle line พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน รวมถึงดัชนีสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ช่วงต้นสัปดาห์บริเวณ 1,432 จุด และเปิดกระโดด (Gap) เหนือเส้น Middle line เมื่อวันศุกร์ แสดงให้เห็นถึงการลดความสำคัญของเส้นแนวต้าน Middle line นี้ ขณะที่สัญญาณ RSI ปรับลดลงมาที่ระดับ 71 ต่ำกว่าระดับสูงสุดทางสถิติที่ 82 แสดงถึงการชะลอความร้อนแรงของภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) บ่งบอกถึงโอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องในระยะสัปดาห์ และมีโอกาสที่การปรับฐานของดัชนีจะเสร็จสิ้นลงไปแล้ว

อย่างไรก็ตามการปรับฐานของดัชนีรอบนี้ เมื่อประเมินจากการปรับฐานในสองครั้งก่อน จะต้องใช้ระยะเวลาถึงสิ้นเดือนนี้ (ราวอีก 9 วันทำการ) นั่นหมายความว่าหากภายในสิ้นเดือนนี้ดัชนียังคงสามารถยืนเหนือบริเวณ 1432 จุดตามจุดสูงสุดเดิมได้ จะแสดงถึงการปรับฐานเสร็จสิ้นพร้อมทั้งโอกาสปรับขึ้นรอบใหม่ของดัชนีในระยะต่อไป

กรณีเลวร้ายสุดหากดัชนีปรับต่ำกว่าระดับ 1420 จุดอีกครั้งในสัปดาห์นี้ (Middle line) ดัชนียังคงมีโอกาสเสี่ยงถึงการปรับฐานไปที่แนวรับ 1380 จุด

สรุปทิศทางของดัชนีในสัปดาห์นี้ (21-26 ม.ค.) SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง มีกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1410 -1460 จุด

กลยุทธ์การลงทุน:

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น : เก็งกำไรหากดัชนียังสามารถยืนเหนือบริเวณ 1420 จุด (Middle line) เน้นไปที่กลุ่มนำตลาดที่ช่วงที่ผ่านมาปรับลงแรง หรือยัง Laggard ตลาดอยู่อาทิ พลังงานปิโตรเคมี (PTT, IRPC, IVL, TOP), ธนาคาร (KBANK, SCB), วัสดุก่อสร้าง (SCC), ไอซีที (ADVANC, DTAC)

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง (ลงทุน 6-12 เดือนขึ้นไป) : ถือหุ้นไม่เกิน 50% ในพอร์ต ยังไม่ซื้อเพิ่ม