ซีไอเอ็มบีไทย ปี 55 กำไรสุทธิ 1,580 ล้านบาท ขยายตัว 20.1% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับลดเหลือ 2.8%
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2555 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,580.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 264.6 ล้านบาท หรือ 20.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นในรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 48.4% และ 12.4 %ตามลำดับ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงอยู่ที่ 8.7% และค่าใช้จ่าย หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 29.0%
เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และ 2554 รายได้จากการดำเนินงานปี 2555 จำนวน 8,328.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 956.1 ล้านบาท หรือ 13.0% เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิและรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธินั้นเพิ่มขึ้น 573.5 ล้านบาท หรือ 12.4% สะท้อนจากการขยายสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 282.1 ล้านบาท หรือ 48.4% ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากการให้บริการที่ปรึกษา และค่าธรรมเนียม การจัดการ
สำหรับรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 100.5 ล้านบาท หรือ 4.7% ประกอบด้วย รายได้สุทธิจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นโดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากการขายหุ้นในบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง รายได้จากธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และส่วนแบ่งกำไรจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ซึ่งเพิ่มขึ้น 90.9% 38.8% และ 33.2% ตามลำดับ ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 62.2% เป็นผลจากกำไรจากการขายลูกหนี้ด้อยคุณภาพ และกำไรจากการขายสำนักงานที่อาคารเสริมมิตรในปี 2554
อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (net interest margin - nim) ปรับลดลงจากปี 2554 จาก 3.46% เป็น 3.21% ในปี 2555 เนื่องจากการนำส่งเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2555 รวมถึงอัตราดอกเบี้ยของเงินฝาก และตั๋วแลกเงินที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเป็นผลจากภาวะแข่งขันด้านเงินฝาก อย่างรุนแรงในตลาด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชีของกลุ่มธนาคาร อยู่ที่ 1.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของ สินเชื่อรายย่อย เงินฝากและตั๋วแลกเงินจำนวน 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากสิ้นปี 2554 ซึ่งมีจำนวน 1.34 แสนล้านบาท จากการขยายตัวของสินเชื่อและเงินฝากข้างต้น ทำให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินของกลุ่มธนาคาร อยู่ที่ 95.0%
สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2555 สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (npls) ลดลงอยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อคำนวณอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น (npl ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.8% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 อยู่ที่ 3.4% ในการลดลงของสินเชื่อด้อยคุณภาพ มีสาเหตุจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในไตรมาส 4/2555 ประกอบกับธนาคารมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่
อัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 อยู่ที่ 85.1% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 81.6% ตามนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เงินสำรองของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่จำนวน 3.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.6 พันล้านบาท









