เป้าหมายมีไว้พุ่งชนเตรียมทำสถิติใหม่ปี 2556
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงแนะนำให้ถือ LH เพื่อหวังกำไรที่เพิ่มขึ้นอีกถึงแม้ว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวดีขึ้นแล้วถึง 18% ตังแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากมองว่า LH จะได้รับการปรับประมาณกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากตลาด กอปรกับความคาดหวังของตลาดที่มองว่า LH จะมีการขายสินทรัพย์และลงทุนเพิ่มในโครงการที่สร้างรายได้ประจำ (ในไทยและสหรัฐฯ) โดยผลประกอบการสำหรับปี 2556 ที่จะทำสถิติใหม่นั้นจะทำให้หุ้น LH ได้รับการปรับระดับการซื้อขายเพิ่มขึ้นได้จากปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2556 18.8 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับที่ LH ซื้อขายเฉลี่ยที่ระดับ 20.9 เท่าในปีที่ผลประกอบการดีมากในปี 2550
ตั้งเป้าหมายปี 2556 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยน่าจะทะลุได้
ยอดจองซื้อปี 2555 ทะลุเป้าของบริษัท 14% (หนุนโดยยอดจองโครงการแนวราบ 19 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY) และเราคาดรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัย(อสังหาฯ) 21 พันล้านบาทสำหรับปี 2555 สูงกว่าเป้าหมายที่ 20 พันล้านบาทอยู่ 5% ทำให้บริษัทตั้งเป้ายอดจองซื้อปี 2556 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 30 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากยอดจองบ้านแนวราบ 23 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20%) และคอนโด 7.5 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 60%) โดยยอดขายใหม่จะมีแรงหนุนจากแผนเปิดตัวเชิงรุกมูลค่าโครงการรวม 43 พันล้านบาท (จำนวน 24 โครงการ) สำหรับปี 2556 เพิ่มขึ้น 69% ได้รวมคอนโด 10 แห่งมูลค่า 20 พันล้านบาท ( 2 โครงการคอนโดขนาดใหญ่ที่ถนนสาทรและซอยอารีย์เลื่อการเปิดตัวจากปี 2555 มาเป็นปีนี้) โดยบริษัทตังเป้ารายได้จากที่อยู่อาศัยสำหรับปีนี้ 25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%
เราเชื่อว่ายอดจองซื้อปี 2556 มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จตามเป้า โดยอุปสงค์ในโครงการแนวราบฟื้นตัวเต็มที่ในปีนี้ (ยอดขายในพื้นที่น้ำท่วมจากไตรมาส 4/54 ที่กลับมาฟื้นประมาณ 60-70% ในปี 2555) โดยหากเพื่อที่จะทะลุเป้ายอดจองโครงการแนวราบในปีนี้ LH ต้องขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ทำได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 เพิ่มเพียง 10% สำหรับเป้าหมายยอดจองซื้อคอนโด บริษัทต้องการเพียง 38% ที่ค่าเฉลี่ยอัตราจองซื้อจากโครงการใหม่
แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
LH มีแนวโน้มที่จะรายงานอัตรากำไรขั้นต้นบ้านสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นบ้านจะอยู่ที่ 34.2% สำหรับปี 2555 (เพิ่มขึ้น 1.5% YoY สูงกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้) โดยผู้บริหารแนะอัตรากำไรขั้นต้นบ้านจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 0.5% ในปีนี้ เนื่องจากภาวะอุปสงค์-อุปทานอยู่ในเกณฑ์ดีมากสำหรับบ้านแนวราบ (มีการเปิดตัวโครงการแนวราบลดลงอย่างมากจากปีก่อน) การควบคุมต้นที่ที่ดีจากกลยุทธ์สร้างเสร็จก่อนขาย (มีต้นทุนที่แน่นอนก่อนเปิดขาย) และมีที่ดินราคาถูกเก็บไว้ (มีการซื้อที่ดินก่อนที่จะเปิดตัวโครงการนานกว่า 1 ปี)
งบดุลแข็งแกร่ง แม้จะมีแผนการขยายธุรกิจในเชิงรุก
CFO คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิจะอยู่ในช่วง 0.8-0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2556 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว (.8 เท่า ณ สิ้นปี 2555) อัตราการจ่ายเงินปันผลจะยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างน้อย 70% เราเห็นอัพไซด์ต่อการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น หาก LH มีการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนอสังหาฯ
มูลค่าที่ซ่อนอยู่มหาศาล
บริษัทมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำสามแห่ง (Terminal 21 Centre Point ราชดำริ และ Centre Point Wireless) โดยเราประมาณการเบื้องต้นว่าบริษัทน่าจะได้รับกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 0.10-0.20 บาท หาก LH ขายสินทรัพย์เหล่านนี้ให้แก่กองทุนอสังหาฯ และบรัษัทยังมีมูลค่าแผงจากการลงทุนที่ซ่อนอยู่อย่างน้อย 40 พันล้านบาทจากหลายบริษัทร่วม ได้แก่ LHBANK HMPRO Q-CON QH และ Starmall (ชื่อเดิม คือ Polar)









