กรุงเทพธุรกิจทีวี ช่วง Morning News ผ่ามุมมอง "พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล"รองประธานสภาหอการค้าไทย : ผลกระทบบาทแข็ง เตือนส่งออกอย่าริเก็งกำไร
แนวโน้มค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง "กรุงเทพธุรกิจทีวี" ช่วง Morning News ในช่วงเช้าของวันนี้ (17 ม.ค.) สัมภาษณ์สุด พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ถึงผลกระทบค่าเงินบาท และข้อเสนอแนะในการปรับตัวของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันก็ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของเงินบาท ไม่ให้ผันผวน และที่สำคัญสุดคือ ต้องสอดคล้องกับคู่แข่งขันทางการค้าในภูมิภาคด้วย....ติดตามได้ในรายละเอียด คำต่อคำ
ถาม คุณพรศิลป์ บอกว่าค่าเงินบาทเราแข็ง 3% ในขณะที่ภูมิภาคแข็งขึ้นมาเพียง 1% ตรงนี้ส่วนต่าง 2% มีผลกระทบมากน้อยแค่ไหนสำหรับผู้ประกอบการการแข็งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกครับ
ตอบ ครับก็ในระดับ 2% ถ้าหากว่ามันอยู่ในระดับนี้ตลอดไป ทั้งๆ ผมเทียบจากเวียดนาม จากจีน ซึ่งเป็นตัวแข็งขันของเราที่ค่อนข้างโดยตรงอย่างนี้ พูดง่ายๆก็คือว่าถ้าต่างกัน 2% ราคาที่จะขายไปมันก็ต่างกัน 2% โดยธรรมชาติ ซึ่งระดับการแช็งขัน 2-5% เป็นระดับที่ค่อนข้างรุนแรงพอสมควรในราคาสินค้าบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสินค้าเกษตร อาหาร พวกนี้ ซึ่งผมเข้าใจว่าถ้าหากเป็นอย่างนี้ต่อไป คงต้องไปอาศัยว่ารัฐมีมาตรการอย่างไรเพื่อชะลอ เพื่อไม่ให้มันแข็งค่าไปมากกว่านี้
ถาม คุณพรศิลป์ครับ 2% นี่มีผลกระทบทันทีหรือเปล่า หรือว่าต้องรอ 3 เดือน 6 เดือน ถึงจะกระทบครับ
ตอบ ตอนนี้สิ่งที่กระทบเบื้องต้นก็คือการคิดราคาขาย ถ้าหากว่าเรามองไปข้างหน้าเนี่ย มันจะต้องแข็งขึ้น หรือโชคดีอยู่ระดับหนึ่ง ช่วงที่ผ่านมามันไม่หวือหวารอดเร็วนะครับ มันก็ค่อยๆ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ทีนี้ถ้าหากแนวโน้มเป็นอย่างนี้ คนขายอย่างผมมาคิดราคาเนี่ยมันต้องคิดเผื่อใช่ไหม พอคิดเผื่อลงไปแล้ว บางทีราคาเราจะสู้เขาไม่ได้ เพราะว่าถ้าเขาต่างจากเรา 1% ในสินค้าที่เท่ากัน ใกล้เคียงกัน กลุ่มนี้ แน่นอนผู้ซื้อก็ต้องคิดแล้วว่าเปลี่ยนไหม แต่ว่าทันทีนั่นเองถามว่ากระทบไหม มันก็ไม่ถึงกับรุนแรงขนาดหายไปเลยลูกค้า ก็คงพอจะอยู่กันได้ แต่ว่ามันส่งสัญญาณนะว่าเราเริ่มจะแข็งขันไม่ได้แล้ว
ถาม คุณพรศิลป์บอกว่าในระดับ 2-5% ตรงนี้ถ้าจะบอกว่าจะวิกฤติจริงๆ จะแข็งมากกว่าภูมิภาคประมาณเท่าไหร่ครับ
ตอบ เพราะถ้าหากว่าเกิน 3 ผมว่าเหนื่อยแล้วหะ
ถาม เกิน 3 คือเหนื่อยเลย
ตอบ เหนื่อยแล้ว เพราะว่าเรื่องพวกนี้มันสามารถ สินค้าบางตัวมันสามารถเปลี่ยนได้เร็ว ถ้าหากว่าเรามีความแข็งระดับ 3 แสดงว่าหมายถึงเวลาคิดต้นทุนขายต้องลดลงไป 3% ก็อาจขาดทุนบ้าง กำไรน้อยหน่อย อะไรแบบนี้ ซึ่งอาจจะเริ่มมีปัญหาแล้ว
ถาม แล้วตรงนี้เองตัวของผู้ประกอบการมีการเตรียมการรับมืออะไรบ้างหรือยังคครับ
ตอบ ตอนนี้สิ่งที่เราได้ก็คือพยายามอย่าเก็งกำไรค่าเงินบาท เพราะว่ามันมีโอกาสที่จะสวิงกลับไปกลับมาได้ เนื่องจากเงินเข้ามามองดูแล้วมันระยะสั้น หรืออันนี้ดุลการคาดเดา หรือมันเกิดอาจจะอยู่นาน อยู่ที่แล้วแต่เงินที่จะไหลเข้ามามาก เพราะฉะนั้นเรื่องเดียวเท่านั้นเองที่เราจะต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด คือพยายามจำกัดเรื่องราคาขาย หรือว่าจำนวนขายให้สั้นลง น้อยลง เพื่อให้ผลกระทบน้อยที่สุด แล้วว่าเวลาขายไปแล้วเอาเงินที่่ขายไปไปซื้อเงินบาทล่วงหน้าไว้
ถาม นั่นก็คืออย่าไปพึ่งพิงกับการคาดการณ์
ตอบ ไม่ ใช่ครับ ใช่ครับ อย่าไปคาดเดาหวังว่ามันจะกลับมาอ่อนอะไรแบบนี้ซึ่งเจ็บตัวมามากกว่าไม่เจ็บตัวครับในกรณีอย่างนี้
ถาม เรื่องนี้กระทบมากไหมครับสำหรับผู้ประกอบการที่ไปขายล่วงหน้าไว้ก่อน แล้วมีการฟิกค่าเงินไว้
ตอบ อ้อ ถ้าขายล่วงหน้าแล้วฟิกไว้ไม่มีปัญหา แต่ไม่ฟิกมีปัญหา เพราะฉะนั้นอดีตที่ผ่านมาถ้าหาว่าไปขายล่วงหน้าไว้แล้ว แล้วยังไม่ฟิกนี่ ตอนนี้ต้องรีบไปดูแล้วว่าจะทำอย่างไรกับมัน ถ้าแนวโน้มแข็งเราต้องฟิกไว้
ถาม ตรงนี้เองคุณพรศิลป์มองว่าค่าเงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าไปเรื่อยๆ หรือว่าจะเป็นความผันผวนมากกว่ากันครับ
ตอบ คือคิดว่ามันมีโอกาสที่จะอยู่ไปอีกสักพักหนึ่งนะครับ เพราะว่าไม่มีแนวโน้มอะไรเป็นพิเศษที่ว่ามันจะแสดงถึงค่าที่จะอ่อนลงได้ ดูแล้วว่ามันอาจจะอยู่ไปสักเดือนหนึ่งอย่างน้อยในเบื้องต้น แล้วก็ดูต่อไปว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อันนี้มันเป็นผลกระทบจากข้างนอกมานะครับ เพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับด้านในเลย
ถาม ตรงนี้เองต้องไปดูใช่ไหมครับว่า ค่าเงินบาทแข็งค่ามากน้อยแค่ไหน เมื่้อเทียบกับประเทศส่งออกอื่นๆ ที่มีสินค้าใกล้เคียงกับเรา
ตอบ อันนี้ 2 ตัวใช่สำคัญที่สุดเลยถ้าเปรียบเทียบ อีกอันหนึ่งก็คือความเร็วและรุนแรง ถ้ามันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ มะรือนี้ มันวูบวาบ อย่างนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่ว่าตอนนี้ก็ดูแล้วยังไม่มีอะไรเป็นวิกฤติขนาดนั้น ก็คิดว่าถ้ามาเปรียบเทียบแล้ว ตอนนี้พยายามเปรียบเทียบกับสกุลอื่นๆ ที่พูดเมื่อกี้นะ เพราะว่าอันนี้มันก็การแข็งขันชัดเจนเลย ถ้าเราเปรียบเทียบเห็นชัด
ถาม แต่ถ้าเกิดว่าแข็งขึ้นไป สมมุติว่าจะเป็น 29 บาท 28 บาท แต่ถ้าเกิดแข็งขึ้นไปพร้อมๆ กันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งขันอื่นๆ แบบนี้ยังพอแข็งขันได้ใช่ไหมครับ
ตอบ ใช่ ระดับนี้ คือถ้ามันเท่าๆ กันไปได้เรื่อยๆ แนวเดียวกันก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าก็ยังไม่ดีอยู่ดีครับ ก็หมายความว่าบางส่วน ต้นทุนบางส่วนเนี่ยเราอาจจะต้องใช้เงินซื้อเข้ามาในราคาแพง เพราะว่าอัตราเงินบาทสมัยก่อนที่เราซื้อเข้ามา วัตถุดิบนะครับ จะใช้เงิน 30 บาท 30 บาทกว่าๆ อย่างเนี้ยซื้อ ถ้าวันนี้เราเอาสิ่งเหล่านั้นมาผลิตแล้วก็ส่งออกไปได้กลับมาเงินบาท 29 นี้ก็ขาดทุนแล้ว ก็ตรงนี้มันก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นก็คิดว่ามันจะดีอยู่ในลักษณะการแข่งขันที่ว่าเรายังเท่ากับคนอื่น เขาก็แข็งพร้อมๆ กับเราเนี่ย แต่ว่าในเรื่องผลกำไร หรือตัวเงินบาทที่จะเข้ามามันลดลงนะครับ
ถาม แล้วตรงนี้เป้าส่งออกของรัฐบาล 9% ครับ จะโดนกระทบมากน้อยแค่ไหนจากการที่ค่าเงินบาทแข็งกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคครับ
ตอบ อันนี้ต้องดูระยะยาวต่อไป อันนี้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเดือนนี้ อาจจะเดือนหน้า ซึ่งต่อไปข้างหน้าจะต้องดูอีกทีว่าค่าเงินบาทจะสวิงไปทางไหน อันนี้เป็นเงื่อนไขอันเดียวเท่านั้นเอง แต่ว่าจริงๆ ตัวเลขการส่งออกคิดทั้งปี สินค้าทุกตัว คืออันนี้มันก็คิดว่าคาดเดาอะไรลำบากจากค่าเงินบาทที่ถูกกระทบ แต่ว่าถ้ามันแข็งไปตลอดปี แล้วก็กการแข่งขันบางช่วงสู้ไม่ได้ บางช่วงสู้ได้บางเนี่ย ก็อันนี้จะมีผลกระทบ เดี๋ยวเราต้องดูเป็นเดือนๆ ไป ก็สรุปว่าสำหรับผู้ส่งออกแล้วโดยทั่วไปแข็งมันจะไม่ดีโดยทั่วไปนะครับ
ถาม คุณพรศิลป์ครับ กระทรวงการคลังกับทางแบงก์ชาติออกมาบอกว่าตรงนี้จะเข้าไปดูแลนะครับ แต่ว่าไม่ถึงกับมีการไปแทรกแซง ทางหอการค้าเองมองว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่าครับ
ตอบ ก็ดีล่ะครับ ก็แสดงว่าเห็นด้วยแล้วว่ามันจะมีผลกระทบต่อธุรกิจนะครับ โดยเฉพาะส่งออก นำเข้านี่สบายอยู่แล้ว ถ้ายิ่งแข็งยิ่งดี โดยเฉพาะน้ำมันเนี่ย ทีนี้น้ำมันเราดูแล้วมันก็ไม่หวือหวาเท่าไหร่ ก็อาจจะเป็นการโชคดีอยู่ระดับหนึ่ง เอาเป็นว่าน้ำมันก็จะถูกลง แต่ในทางกลับกันมันก็แพงขึ้นหมายถึงว่าส่งออกมันก็ไม่ดี แต่นี้ถ้าหากว่าจะมาดูแล หรือเข้ามาดูแล ก็หมายความว่าเขาคงจะเริ่มติดตามดูอย่างใกล้ชิดนะครับ ว่ามันจะรุนแรงแค่ไหน แล้วถ้าไม่มีอะไรที่ส่งสัญญาณมาก เช่นเรายังแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ เนี่ย เขาก็จะเฉยๆ อยู่ แต่ถ้าหากว่ามีอะไรที่พลิกผันมากๆ ก็คงจะอยู่ไม่ได้แล้วล่ะครับ ก็จะต้องเอามาแทรกแซง เอาเงินบาทออกมาขายมากขึ้น
ถาม แล้วเรื่องของต้นทุนที่แพงขึ้น อาจมาจากค่าจ้าง 300 บาท รวมไปถึงราคาค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นแบบนี้ 2 เด้งแบบนี้กระทบเยอะไหมครับถ้าเกิดรวมกันแล้ว
ตอบ อันนี้มันเป็น 2 เรื่องที่มาบรรจกันพอดี ถามว่ากระทบ มันก็คงกระทบอยู่ระดับหนึ่ง โรงงานที่ผลิตเพื่อส่งออกเนี่ย วันนี้ก็พยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองบ้าง รัฐบาลช่วยเหลือบ้าง ก็พยายามจะลดต้นทุนในส่วนนี้ อันนี้ก็คิดว่าได้กระทำไปบ้างแล้วนะครับ 10 กว่ารายการที่รัฐบาลจะพยายามช่วยซึ่งออกมาเร็วที่สุดก็ต้องมาเร็วให้ได้ แต่ว่าบางอย่างก็ยังไม่ได้ครบ แต่ทีนี้ก็เป็นเรื่องของต้นทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานแช่เยือกแข็งที่ใช้แรงงานต่างด้าวซึ่งเราต้องใช้จ่ายค่าจ้าง 300 บาทเท่ากัน อะไรอย่างนี้มันก็จะเป็นต้นทุนเกิดขึ้นตรงนั้น ทีนี้สำหรับเงินบาทที่แข็งขึ้นมันกระทบกับโรงงานเหล่านั้นโดยตรงเลยนะ ก็คิดว่าอาจมีปัญหาอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว ก็คิดว่าต้องช่วยหาทางกัน ทุกคนก็ต้องหาวิธี
ถามว่ากระทบไหม มันกระทบอยู่แล้วถึง 2 เด้งอย่างที่่ว่า แต่หวังว่าเงินบาทอาจจะไม่ได้แข็งยาวนานขนาดนั้น แต่ค่าจ้างแรงงานมันอยู่กับเราตลอดไป









