นักวิชาการห่วงเอสเอ็มอีเจอ 2 เด้ง "บาทแข็ง-ค่าแรง300" เผยตั้งแต่ต้นปีบาทแข็งค่ากว่า 1 บาท วอนรัฐให้สิทธิพิเศษเอสเอ็มอีนำเข้าเครื่องจักร
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นกับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันนี้ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.98/30.00 บาท/ดอลลาร์ ว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากว่า 1 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถการแข่งขันส่งออกของวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งตอนนี้ได้รับทั้งจากปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า และปัญหาค่าแรง 300 บาท
"ผมว่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ถือเป็นโอกาสของเอสเอ็มอี ที่มีปัญหาเรื่องค่าแรง 300 บาทอยู่แล้ว ควรมีการนำเข้าเครื่องจักรเพื่อใช้แทนแรงงาน แต่สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลต้องมีมาตรการจูงใจ หรือส่งเสริมให้มีการนำเข้า เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย คงมีการมอนิเตอร์เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะกระทบกับการส่งออก"
นายอัทธ์ กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง เพราะปัญหาหนี้ยุโรป เศรษฐกิจสหรัฐ จะทำให้มีเงินทุนเคลื่อนยบ้ายเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย และไทย ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชีัย มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
ส่วนผลกระทบกับผู้ประกอบการส่งออก คาดว่าจะเห็นผลได้ชัดเจน ในการเปิดเผยตัวเลขการส่งออกในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2556
ทั้งนี้ ในส่วนของอินโดนีเซียในขณะนี้มีนโยบายส่งเสริมให้ค่าเงินอ่อนค่าเพื่อเพิ่มขีดแข่งขึ้นในการส่งออก ที่ผ่านมาค่าเงินรูเปียะอยู่ที่ 9,300 รูเปียะต่อดอลลาร์ แต่ขณะนี้อยู่ที่ 9,700-9,800 รูเปียะต่อดอลลาร์









