เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ในหุ้น TISCO โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) สินเชื่อขยายตัวสูงกว่าที่ตลาดคาด 2) การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีด้วยอัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญในระดับสูง และ 3) รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันให้ความสามารถในการทำกำไรในปี 2556 ของธนาคารเพิ่มสูงขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิจะโตก้าวกระโดด 24% ในปีนี้ มาอยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท
TISCO มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในปี 2556
ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อปี 2556 เติบโตประมาณ 15% เราคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อที่ 17% ในปีนี้ โดย TISCO จะเน้นกลุ่มสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย ปัจจุบันสัดส่วนสินเชื่อรายย่อย (เป็นสินเชื่อ HP ประมาณ 90%) คิดเป็น 73% ของสินเชื่อทั้งหมด ณ สิ้นปี 2555 ตามด้วยสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ 17% และสินเชื่อ SME 10% TISCO ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรถมือสองในพอร์ตสินเชื่อ HP ให้เป็น 35% ภายในสิ้นปี 2556 จาก 30% ณ สิ้นปี 2555 ดังนั้นคาดว่าสัดส่วนสินเชื่อรถยนต์ใหม่จากพอร์ตสินเชื่อ HP จะลดลงเป็น 65% จาก 70%
เงินกองทุนยังเพียงพอในปี 2556
TISCO เชื่อว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นปี 2555 ที่ 13% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 9%) เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ ปัจจุบันธนาคารอยู่ในระหว่างพิจารณาที่จะปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลจาก 50% ในปี 2555 เป็น 45% ในปี 2556 เพื่อที่จะรักษาฐานเงินกองทุนในการดำเนินงาน และไม่ต้องเพิ่มทุน หากอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นยังคงสูงกว่า 20% เราได้ตั้งสมมติฐานว่า TISCO จะปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น 35% ทั้งปี 2556 และปี 2557 ซึ่งคิดจะยังทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 12.8% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 8.9%) ณ สิ้นปี 2556
การกันสำรองหนี้สูญฯจะคงตัวจากปีที่แล้ว
จากการเน้นไปที่สินทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนสูง TISCO คาดว่าการกันสำรองหนี้สูญฯในปี 2556 จะเป็นจำนวนเดียวกับปีที่ผ่านมา โดยมีต้นทุนในการตั้งสำรองหนี้ ที่ 0.90-1.00 %ของสินเชื่อรวม เพิ่มสูงขึ้นจาก 0.90% ในปี 2555 ในขณะนี้ TISCO มีเงินสำรองหนี้สูญส่วนเกินจำนวน 2 พันล้านบาท ดังนั้นเราคงสมมติฐานการกันสำรองหนี้สูญฯที่ 1.9 พันล้านบาทเท่าเดิม ให้สังเกตว่าสถานะทางการเงินของ SSI ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ได้ปรับตัวดีขึ้นบ้างหลังจากมีการเพิ่มทุนในไตรมาส 4/55 ทำให้ความเสี่ยงในสินเชื่อดังกล่าวลดลงโดย TISCO ปล่อยสินเชื่อมูลค่า 3.9 พันล้านบาทแก่ SSI (UK) ซึ่งในขณะนี้มีการกันสำรองหนี้สูญฯสำหรับ SSI (UK) เพียง 6% ของสินเชื่อทั้งหมดที่ปล่อยกู้แก่ SSI (UK)
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2556 มีแนวโน้มดีขึ้น
สินเชื่อรายย่อยเติบโตปี 2556 โดยเฉพาะสินเชื่อ SME และสินเชื่อเช่าซื้อจะช่วยให้ TISCO รักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 3% ตลอดปีนี้
ธนาคารมีแผนจะขยายสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง (สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อ SME ขนาดเล็ก) เพื่อที่จะหนุนเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 2.9% สำหรับปี 2556 และ 30% สำหรับปี 2557 โดย TISCO คาดนโยบายอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ 2.75% ตลอดปี 2556 (ผู้บริหารของธนาคารส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรซื้อคืนอีก 1-2 ครั้ง)









