วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โค้ก'อัดแคมเปญโฆษณาต้านโรคอ้วน

โคคาโคลา เปิดตัวโฆษณา Coming Together รณรงค์ลดความอ้วนและสุขภาพ

ปล่อยให้ผู้บริโภค และนักสุขภาพนิยมตีตรากันอยู่หลายปี กับการเป็นต้นเหตุของน้ำหนักตัวที่พุ่งขึ้น โรคอ้วน ไขมันส่วนเกินและอื่นๆ วันนี้ โคคา โคลา ราคาน้ำดื่มโซดาของโลกขอเรียกร้องสิทธิ์ และชี้แจงแถลงไขว่า บรรดาแคลอรี และความหวานของน้ำตาลในโซดานั้นไม่ได้เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของความอ้วนทั้งหลายทั้งปวง

โคคา โคลา ขอส่งเสียงผ่านโฆษณาความยาว 2 นาทีชุดใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "Coming Together” ซึ่งเปิดตัวผ่านสื่อออนไลน์ไปสดๆ ร้อนๆ ทางซีเอ็นเอ็น ฟ็อกซ์ และ เอสเอส เอ็นบีซี โดยเนื้อหาของโฆษณาต้องการจะบอกผู้บริโภคว่า ส่วนเกินของน้ำหนักในร่างกายมาจากการบริโภคอาหารที่เกินจำเป็นมากมายหลายประเภท และโซดา น้ำอัดลมไม่ได้เป็นแหล่งที่มาของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือแคลอรีส่วนเกินของร่างกายแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

โฆษกของโคคา โคลา กล่าวว่า แคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบอกให้ผู้บริโภครู้ถึงเป้าหมายในการทำงานของบริษัทที่ต้องการให้เครื่องดื่มต่างๆ เป็นทางเลือกที่ดีของพวกเขา ซึ่งที่ผ่านมาโคคา โคลา ก็มีทั้งสูตรแคลอรีต่ำ และสูตรไม่มีน้ำตาล และมีบอกปริมาณแคลอรีเอาไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ

ผู้บริหารของโคคา โคลา “เบน ชิลด์เดอร์” กล่าวว่า เหตุผลที่ตั้งชื่องานโฆษณาชิ้นนี้ว่า Coming Together ก็เพราะมันจะเป็นกระบอกเสียงที่จะบอกกับผู้บริโภคชาวอเมริกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่บริษัทพยายามทำ ก็เพื่อจะทำให้ทุกคนก้าวเข้ามารู้จักโค้กมากขึ้น

ที่ผ่านมา โคคา โคลา ยังไม่เคยออกมาทำการรณรงค์อย่างจริงจัง เรื่องเกี่ยวกับการลดความอ้วนและสุขภาพ แต่นับจากปีนี้เป็นต้นไป โคคา โคลา จะจับมือกับพันธมิตรธุรกิจหลายๆ แบรนด์ และฝ่ายวิชาการ เพื่อให้ความรู้กับผู้บริโภคในเรื่องของการสร้างสมดุลย์พลังงานที่รับเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวัน

แต่อุปสรรคยักษ์ใหญ่คือ สถิติล่าสุดที่พบว่า ชาวอเมริกันดื่มน้ำอัดลมกันมากถึง 45 แกลอนต่อปีต่อคน ในขณะที่นครนิวยอร์คก็สั่งห้ามขายน้ำอัดลมที่มีขนาด 16 ออนซ์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยมีข้อมูลทางโภชนาการรองรับว่า การบริโภคน้ำอัดลมมากจนเกินไปมีผลต่อน้ำหนักส่วนเกิน และความอ้วน

แม้ว่าโคคา โคลา จะออกโรงโต้ในเรื่องของปริมาณแคลอรี และทางเลือกในการเลือกดื่มของผู้บริโภค แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำอัดลมไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเลยแม้แต่น้อย แต่โคคา โคลา ก็ออกมาโต้แย้งว่า จากงานวิจัยของสถาบันแกลลอป พบว่า น้ำหนักของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ก็เกาะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่อื่มน้ำอัดลม 1-2 กระป๋องต่อวัน กับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มน้ำอดลมเลย