วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ห่วงรัฐโหมประชานิยมปั๊มศก. หาทางลงยาก

"ทนง พิทยะ"อดีตขุนคลัง ส่องกล้องเศรษฐกิจไทยปี 56 ห่วงรัฐโหมประชานิยมกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันหนี้สาธารณะพุ่ง หาทางลงยาก!!! กระทบการลงทุน

นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดมุมมองถึงแนวโน้มเศรฐกิจไทยในปี 2556 ผ่านสถาบันอนาคตไทยศึกษาว่า ผมว่าเศรษฐกิจประเทศไทยมันมีอะไรที่ควรจะทำ และยังไม่ได้ทำมหาศาล ทำให้เศรษฐกิจของเรามันไม่เติบโต การที่ทุกคนพยายามจะมองว่าตอนนี้เศรษฐกิจดีขึ้น มันก็ดีขึ้นจริงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่น้ำท่วมที่ผ่านมา มันดีขึ้นเพราะว่ามันชดเชยมาจากปลายปีที่แล้วที่น้ำมันท่วมแล้วทำให้เศรษฐกิจของไทยติดลบ พอมาถึงไตรมาส 4 เราเลยเห็นตัวเลขบวกหลาย 10 เปอร์เซ็นต์เลย ซึ่งทุกคนก็เลยดีใจกันใหญ่ แต่ปีหน้า (2556) เป็นปีที่จะทดสอบว่ำอะไรจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจประเทศไทย การส่งออกของไทยมันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่ คือจะโตเกินร้อยละ 10 ไปเป็นร้อยละ 15 ได้หรือเปล่ำ ตัวนี้มองยากมากที่เราจะไปถึงร้อยละ 15 คำถำมก็คือทำไมมันไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจสหรัฐก็เริ่มฟื้นตัว เศรษฐกิจยุโรปก็ค่อยเป็นไปอย่ำงช้ำๆ

แต่ถ้าเราดูให้ดีจะพบว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจะอยู่ในกลุ่ม BRIC ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เจำะตลาดนี้ สิ่งเหล่านี้ทำให้การเติบโตของการส่งออกของไทยในตอนนี้หยุด และถูกชะลอโดยยุโรปกับอเมริกำ และก็ถูกชะลอโดยจีน เพราะจีนเองก็ต้องส่งออกไปที่สหรัฐ และยุโรปเช่นกัน

ในขณะที่เราส่งออกสินค้าขั้นกลาง (intermediate products) ซึ่งตอนนี้ พระเอกก็คือรถยนต์ ซึ่งได้รับผลพวงจากโตโยต้าที่มีฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางตัวเราก็ส่งออกได้น้อยลง อัญมณีก็มีสิทธิ์ที่จะลดลง สิ่งทอก็เหนื่อย และจะเริ่มเหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ

"ถ้าถามผม ผมว่าส่งออกจะเป็นตัวดึงเศรษฐกิจไทยให้โตได้ไม่เกิน 4.5% ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจของเราให้โตได้คืออะไร ผมคิดว่าควรเป็นเรื่องของการอัดฉีดของรัฐบาลให้ทันกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แล้วถ้าถามว่าเราควรอัดฉีดไปเร็วแค่ไหน ผมว่าถ้าเราอัดฉีดเรื่องประชานิยมเข้าไปอีก ประเทศไทยก็จะเหนื่อยมาก เพราะหากภาระหนี้ของเราขี้นสูงมากเกินไปเมื่อไร มันจะลงยากและมีสิทธิ์ที่จะพุ่งเร็วมาก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีกำรลงทุนระยะยาว กำรกู้ยืมของรัฐเองก็เริ่มจะติดขัด ตรงนั้นน่ากลัวมากๆ

"ปีหน้า (2556) จะเป็นปีที่ทดสอบว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศไทย เรื่องของการส่งออกเราจะโตเกินร้อยละ 10 ไปถึงร้อยละ 15 ได้หรือไม่ คงยากมาก"

ปี 2555 เป็นปีที่อำนาจการบริโภคของไทยสูงมากจากการรอัดฉีดของภาครัฐ แต่ปีนี้มันจะไม่สูงมาก ตัว C (บริโภค) จะไม่สูงเหมือนที่เห็นในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตัว I (ลงทุน) ซึ่งภาคเอกชนพร้อมจะโต แต่จะไปติดเรื่องของความสามารถในการแข่งขันในหลายเรื่อง ส่วนการลงทุนต่ำงประเทศ (Foreign investment) ยังเติบโตได้ในแง่ของรถยนต์ ซึ่งพอหมดเรื่องของอีโคคาร์แล้วก็ไม่รู้จะโตทำงไหนอีก มันก็จะเริ่มติด และถ้าเราอยากจะเปิดตลาดใหม่ มันต้องมีนวัตกรรม แต่ตอนนี้เราไม่มีกลยุทธ์ที่จะผลักต่อ มันหายไปนะ เพราะไม่มีใครคิด มันน่าเสียดายที่ว่ารัฐบำลสนใจทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเศรษฐกิจ