การดำเนินงานปี 56 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
กำไรก่อนตั้งสำรองในปี 55 สูงสุดเป็นประวัติการณ์: ปี 55 มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 10,445 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 37%YoY โดยใน 4Q55 มีการตั้งสำรองพิเศษจำนวน 5,286 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดขาดทุน 2,216 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งปี 55 ลดลง 73%YoY เหลือ 1,605 ล้านบาท ทั้งนี้การขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ออกไป 5,676 ล้านบาททำให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 4.1% จาก 5.7% ในปี 54 นอกจากนี้สัดส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) สูงขึ้นเป็น 113% จากที่ต่ำเพียง 73% เมื่อปลายปี 54 ส่วนฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งตามเกณฑ์ Basel II ที่ 18.2% มีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) เท่ากับ 11%
คาดกำไรสุทธิปี 56 จะขยายตัวเกือบ 3 เท่าจากปี 55 : ธนาคารตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อ 15% ในปี 56 จากที่โต 17% ในปี 55 โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ SME ซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นเป็น 40% ของพอร์ทจากเดิม 33% ขณะที่กลยุทธ์การระดมเงินฝากภายใต้แนวคิด Transactional Bank ซึ่งมีประโยชน์ในการขยายฐานลูกค้าและช่วยให้ต้นทุนทางการเงินลดลง จะช่วยเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ โดยตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 3% ในปีนี้จากที่ทำได้ 2.7% ในปี 55 โดยตั้งเป้าเพิ่ม ROE สู่ระดับ 14% ในปี 57 จากระดับ 3% ในปี 55 สำหรับประมาณการในปี 56 ฝ่ายวิจัยได้ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 เพิ่มขึ้น 21% เป็น 6.3 พันล้านบาทซึ่งขยายตัวเกือบ 3 เท่าตัวจากกำไรสุทธิในปี 55
คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 2.30 บาท : TMB เป็นหุ้น turnaround ที่มีแนวโน้มผลประกอบการโดยรวมปรับดีขึ้นเป็นลำดับบนฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นในอนาคต ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect PBV ที่ระดับ 1.7 เท่าได้เท่ากับ 2.30 บาทซึ่งมี upside อีกไม่มากจากราคาปิดล่าสุดที่พุ่งขึ้นขานรับผลประกอบการปกติที่เติบโตสูง โดยคาดว่า TMB อาจเงินปันผลจากการดำเนินงานปี 55 อย่างน้อย 0.03 บาทเท่ากับปี 54 อย่างไรก็ดี กระแสข่าวการขายหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นมีความผันผวนสูงจากการเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุน ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









