4Q55 มีผลขาดทุนมากจากการตั้งสำรองเพิ่ม
ขาดทุน 2.1 พันล้านบาท
TMB รายงานผลประกอบการ 4Q55 มีผลขาดทุนสุทธิถึง 2,125 ล้านบาท แย่ว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไร 1,261 ล้านบาท เนื่องจาก TMB ตั้งสำรองสูงถึง 5,382 ล้านบาท เทียบกับ 3Q55 ที่มีการตั้งสำรองเพียง 1,195 ล้านบาท และ 4Q54 ที่มีการตั้งสำรองเพียง 444 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานปกติทั้งรายได้ดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 2.9% ดีจาก 3Q55 อยู่ที่ 2.7% และ 4Q54 อยู่ที่ 2.5% ด้านค่าใช้จ่ายสามารถควบคุมได้ดีทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาเหลือ 55% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 57% และลดลงมากจาก 74% ใน 4Q54
สำรองที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้สำรองต่อ NPL ขึ้นมาทัดเทียมกับกลุ่ม
ในไตรมาสนี้ TMB ได้มีการขาย NPL ออกไป 5.7 พันล้านบาท ทำให้มี NPL ทั้งหมดเหลืออยู่ 2.2 หมื่นล้านบาท ประกอบกับการที่ TMB มีสินเชื่อเติบโตขึ้นในไตรมาสนี้ 3.9% และทั้งปี 14% ทำให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดลงเหลือ 4.1% จากไตรมาสก่อนที่มีอยู่ 5.4% และลดลงมากจาก 4Q55 ที่มีอยู่ 5.7% นอกจากนี้แล้วการที่ TMB มีการตั้งสำรองเป็นจำนวนมากในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลนำคัญที่ทำให้มีผลประกอบการขาดทุน แต่ก็ทำให้สัดส่วนสำรองต่อ NPL เพิ่มสูงขึ้นเป็น 113% ขึ้นมาทัดเทียมกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ณ 3Q55 ที่อยู่ที่ 118%
การฟื้นตัวโดดเด่น แต่ส่วนต่างราคาจำกัด ยังแนะนำ "ถือ"
ถึงแม้ว่าการตั้งสำรองจำนวนมากใน 4Q55 จะทำให้ผลประกอบการ 4Q55 ขาดทุน และทำให้ทั้งปี 2555 TMB มีกำไรสุทธิเพียง 1,605 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนถึง 60% YoY และทำให้เราคาดว่า TMB จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้เพียง 0.012 บาท/หุ้น คิดเป็นเงินปันผลตอบบแทน 0.7% แต่เรามองว่า TMB เป็นธนาคารที่มีการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยสามารถปล่อยสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่พัฒนาขึ้น NPL ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สัดส่วนสำรองที่เพิ่มขึ้นมาทัดเทียมกับกลุ่ม และเรายังคาดว่าในปี 2556 TMB จะมีกำไรสุทธิ 5,349 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.12 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 แล้วจะเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 233% YoY แต่เมื่อเทียบราคาปัจจุบันกับมูลค่าเหมาะสมที่ 2.10 บาท มีส่วนต่างเพียง 2% ยังคงแนะนำ "ถือ"









