กระทรวงท่องเที่ยว รับลูกเอกชนบูมกลุ่มท่องเที่ยวเรือสำราญ เร่งแก้ปัญหาล่าช้า ประสานส่ง ตม.ตรวจนักท่องเที่ยวบนเรือก่อนเข้าด่านไทย
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าผลสรุปจากการประชุมแผนบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง หลังจากเกิดปัญหาความแออัดและล่าช้าของกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) บริเวณท่าเรือ ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทางเรือสำราญ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 คนต่อลำ เดิมเจ้าหน้าที่และสถานที่ไม่พอเพียงในการดูแล จึงมีข้อสรุปให้แก้ปัญหาด้วยการให้บริษัททัวร์เรือสำราญ ประสานกับ ตม. ส่งรายชื่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยล่วงหน้า และ ตม.ไทย จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจลงตราระหว่างที่เรือกำลังแล่นเข้าไทย โดยบริษัทนำเที่ยวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าหน้าที่ ทั้งตั๋วเครื่องบินไปยังต้นทางสำหรับรอลงเรือ และที่พักระหว่างปฏิบัติงาน
การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นแนวทางในการลดอุปสรรคต่อการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวทางเรือสำราญจากกลุ่มตะวันตก ซึ่งมีแนวโน้มเดินทางมาท่องเที่ยวในแถบเอเชียมากขึ้น ปัจจุบันรูปแบบการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญทั่วโลกมีกว่า 19 ล้านคน และเอเชียครองส่วนแบ่งราว 2 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 15% ในปีที่ผ่านมาไทยมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ราว 3 แสนคน คิดเป็นรายได้ 3 พันล้านบาท หลังจากปรับวิธีการทำงานเรื่อง ตม. เพื่ออำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้กลุ่มนี้ คาดว่าปีนี้ตลาดดังกล่าวจะเติบโต 25% หรือราว 5 แสนคน นับเป็นการช่วยขับเคลื่อนรายได้ท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้ ก เพราะเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าทั่วไป อยู่ที่ 5,000 บาท/คน/วัน
ด้านนางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานฝ่ายการตลาด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่าเอกชนมีข้อเสนอเพิ่มเติมให้ภาครัฐปรับปรุงท่าเรือจังหวัดภูเก็ต ให้มีมาตรฐานดีขึ้นเพื่อรองรับเรือสำราญ เนื่องจากปัจจุบันยังเป็นลักษณะโป๊ะเรือเปิดโล่ง โดยต้องการให้ปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานระดับเดียวกับท่าเรือแหลมฉบัง ที่มีอาคารรองและมีระบบการจัดการดูแลนักทองเที่ยวที่ดี เพื่อยกระดับให้ภูเก็ตเป็นอีกจุดหมายที่ดึงดูดผู้ให้บริการทัวร์กลุ่มเรือสำราญมากขึ้น
ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวเรือสำราญมีศักยภาพมาก เมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของเพื่อนบ้านที่เป็นผู้นำตลาดนี้อย่าง สิงคโปร์ ซึ่งระบุว่าจะมีการล่องเรือสำราญมาลงที่ท่าเรือสิงคโปร์ราว 1.2 ล้านคนต่อปี ขณะที่ ฮ่องกงได้เตรียมสร้างท่าเรือใหม่เพิ่มเติม เช่นเดียวกับจีนที่มีท่าเรือ ซึ่งลงทุนสร้างให้ทันสมัยรวม 6 ท่า เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทเรือสำราญต่างประเทศที่รุกเข้ามายังจุดหมายท่องเที่ยวในเอเชียมากขึ้น






