กสทช. ชงแผนแจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ใช้ซื้อเครื่องรับทีวี-กล่องรับสัญญาณรับชม'ทีวีดิจิทัล'
วานนี้ (10 ม.ค.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ Go Digital Workshop เพื่อเตรียมความพร้อมการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยี DVB-T2 ซึ่งกำหนดให้เป็นรูปแบบการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลในประเทศไทย
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธาน กสท.เปิดเผยว่าจากการศึกษาของคณะอนุกรรมการ กสทช. ที่รับผิดชอบด้านการเปลี่ยนโทรทัศน์อนาล็อกภาคพื้นดินสู่ระบบดิจิทัล เห็นชอบในหลักการโดยเสนอให้ กสทช. แจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือนไทยทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นที่รองรับระบบดิจิทัล หรือนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ (Set top box) เพื่อนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์อนาล็อก รับชมช่องทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. กำลังอยู่ระหว่างการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่รวม 48 ช่องในปีนี้
ทั้งนี้ มูลค่าคูปองที่จะแจกให้ครัวเรือนไทย จะขึ้นอยู่กับ "ราคาตั้งต้น" ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลประเภทบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง โดยมูลค่าคลื่นความถี่ที่ได้จากการประมูลดังกล่าวจะครอบคลุมมูลค่าคูปองที่ต้องแจกให้ครัวเรือนไทย ซึ่ง กสทช.คาดว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์และประมูลในเดือน ส.ค.นี้ โดยส่วนต่างของรายได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล หลังหักลบจากมูลค่าคูปองที่ต้องแจกให้ครัวเรือนไทยแล้ว จะนำไปสมทบกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ของ กสทช.
สัดส่วนการกระจายคูปองให้ครัวเรือนไทยจะสอดคล้องกับแผนการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัล คือปีแรกจะต้องครอบคลุมพื้นที่ท 50% ปีที่สอง 80% ปีที่สาม 90% และปีที่สี่ 95%
"ความเห็นของคณะอนุฯ เรื่องการแจกคูปอง ยังอยู่ในขั้นหลักการ โดยรายละเอียดในการกระจายคูปองและมูลค่าจะนำเข้าสู่การประชุมของบอร์ดกระจายเสียงในวันจันทร์ที่ 14 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการก่อน" พ.อ.นทีกล่าว
ด้านความคืบหน้าในการทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล ในวันที่ 18 ม.ค.นี้ กสทช.จะลงนามบันทึกข้อตกลงการทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัลกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสระยะเวลา 6 เดือน ส่วนช่อง5 ช่อง9 และช่อง 11 จะอยู่ในช่วงช่วงปลายเดือนม.ค.นี้
นอกจากนี้ในช่วงเดือนก.พ.56 จะสรุปหลักเกณฑ์ รูปแบบ และวิธีการเกี่ยวกับการประมูลช่องทีวีดิจิทัล รวมทั้งราคาตั้งต้นที่ได้มอบหมายให้คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปศึกษามูลค่าคลื่นความถี่ โดยศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างไปจากการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคม ที่ต้องการได้มูลค่าคลื่นความถี่สูงสุด
รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มช่องรายการประเภทความละเอียดสูง (HD) จากเดิมที่จัดสรรคลื่นเพื่อประมูลประเภทช่องรายการทั่วไปเอชดี 4 ช่อง รวมกับช่องทั่วไปทั้งประเภทสาธารณะ, ชุมชน และช่องทั่วไปรวม 48 ช่อง คาดสรุปจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่จะจัดสรรและประมูลได้ราวเดือนมี.ค.56









