วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB - ซื้อ

คาดกำไรสุทธิ 4Q55 ลดลง QoQ ยังตั้งเป้าเติบโตสูงในปี 2556

สินเชื่อ 4Q55 ยังเติบโตโดดเด่น

เรายังคาดว่าสินเชื่อ 4Q55 ของ SCB จะยังคงเติบโตจะเติบโตราว 6% QoQ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในปี 2555 และทำให้ทั้งปี SCB จะมีสินเชื่อเพิ่มขึ้นถึง 22% YoY ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากการขยายฐานสินเชื่อทุกประเภทโดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยทั้งเช่าซื้อรถยนต์จากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล และสินเชื่อบัตรเครดิตจากการจับจ่ายใช้สอยมากในช่วงปลายปี

คาดกำไรสุทธิ 4Q55 ลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY

เราคาดว่า SCB จะมีกำไรสุทธิ 4Q55 จำนวน 8,437 ล้านบาท ลดลง 16%QoQ ถึงแม้เราจะคาดว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจประกันซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็นปกติในช่วงปลายปี แต่ในไตรมาสนี้ SCB จะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายอื่นที่มักจะสูงขึ้นมากในไตรมาส 4 ไม่ได้รับเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ นอกจากนี้เรายังคาดว่า SCB จะมีการตั้งสำรองเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสนี้ด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิ 4Q55 ลดต่ำลง แต่เมื่อเทียบกับ 4Q54 เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาสนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 25%YoY จากทุกประเภทรายได้ โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจประกัน

ปี 2556 ยังคงตั้งเป้าเติบโตสูงกว่ากลุ่ม

ในปี 2556 ถึงแม้ว่า SCB จะตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อน้อยกว่าปี 2555 โดยตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อเพิ่ม12-15% จากปี 2555 ที่ตั้งเป้า 17-19% แต่ยังคงเป็นระดับการเติบโตที่สูงกว่ากลุ่ม โดย SCB คาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีสินเชื่อปี 2556 เพิ่มขึ้น 10.7% โดย SCB ยังคงตั้งเป้าการเติบโตสูงในสินเชื่อรายย่อย ซึ่ง SCB ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยให้ขึ้นเป็น 50% ของสินเชื่อทั้งหมด จากในปัจจุบันสินเชื่อรายย่อยคิดเป็น 42% ของสินเชื่อทั้งหมด

ปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 211 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

ทั้งปี 2555 เราคาดว่า SCB จะมีกำไรสุทธิ 38,879 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 11.44 บาท และคาดว่าจะมีการจ่ายปันผล 3.75 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 2.1% มีการจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว 1 บาท เหลือเงินปันผลครึ่งปีหลังอีก 2.75 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 1.5% ส่วนในปี 2556 เรายังคาดการเติบโตที่โดดเด่นกว่ากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของ SCB ได้อีก โดยเราคาดว่า SCB จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปี 2555 17% เราจึงปรับ P/BV ที่ใช้ในการประเมินราคาที่เหมาะสมขึ้นเป็น 2.8 เท่า จากเดิม 2.7 เท่า เพื่อสะท้อนการเติบโตที่โดดเด่นนี้ ได้มูลค่าเหมาะสมใหม่ 211 บาท ยังคงแนะนำ "ซื้อ"