"ทศ จิราธิวัฒน์"คว้าตำแหน่ง "BUSINESS MAN OF THE YEAR 2012"
กองบรรณาธิการ "กรุงเทพธุรกิจ" ได้ประชุมร่วมกัน เพื่อเฟ้นหาว่าผู้บริหารคนใด สมควรได้รับตำแหน่ง "BUSINESS MAN OF THE YEAR 2012 " โดยวางหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน คือ 1.ผลประกอบการขององค์กร 2.วิสัยทัศน์ของผู้นำ 3.ความรับผิดชอบต่อสังคมและระบบธรรมาภิบาลในองค์กร และ 4."CHANGE" หรือ การนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในองค์กร และมีความเห็นตรงกันว่า "ทศ จิราธิวัฒน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ซีอาร์ซี มีคะแนนนำในทุกหัวข้อ สมควรได้รับตำแหน่งดังกล่าว
ด้วยเหตุผลที่ว่า "ทศ จิราธิวัฒน์" ผู้กุมบังเหียนธุรกิจค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัล กับการพลิกประวัติศาสตร์ "ทุนค้าปลีกไทยข้ามชาติ" ก้าวเป็นคลื่นลูกใหม่บนเวทีโลก
"ทศ" คนจิราธิวัฒน์รุ่น 3 รับไม้ต่อ "ผู้นำทัพ" ขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่และเก่าแก่กว่า 60 ปี ให้ครองความเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ผนวก "ความพร้อม" รอบด้าน ได้เวลากรีธาทัพปักธงธุรกิจ "นอกบ้าน" ประกาศศักดาทุนค้าปลีกไทยท่ามกลาง "ทุนข้ามชาติ" รุกไล่ล่าอาณานิคมค้าปลีกประเทศไทยตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
กลางปี 2554 กลุ่มเซ็นทรัลสร้างดีลประวัติศาสตร์ค้าปลีกไทย จากการเข้าซื้อกิจการห้างหรูอันดับ 1 ของอิตาลี 'ลา รีนาเซนเต' อายุกว่า 150 ปี มูลค่า 260 ล้านยูโร หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท
นับเป็น "ทุนค้าปลีกไทยรายแรก" หรืออาจจะเป็นทุนค้าปลีกแห่งเอเชียรายแรก!! ด้วยซ้ำที่บุกขยายการลงทุนสร้างฐานธุรกิจครั้งใหญ่ใน "ยุโรป" ศูนย์กลางแฟชั่นชั้นนำของโลก เป็น “ก้าวใหญ่” ของตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่ง “เซ็นทรัล กรุ๊ป” กับการปูฐานการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว 20-40 ปีข้างหน้าทีเดียว
"ถือเป็นประวัติศาสตร์ค้าปลีกประเทศไทยและเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่ได้เข้าซื้อกิจการห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในยุโรป เป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของค้าปลีกไทยแห่งภูมิภาคเอเชียที่สามารถขยายงานไปในประเทศที่เจริญแล้วอย่างยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี"
กลุ่มธุรกิจค้าปลีก เสมือน “หัวใจ” ของเซ็นทรัล กรุ๊ป เป็น “เรือธง” ที่เปิดเกมรุกอย่างหนักในยุโรป อาเซียน และประเทศจีน "คลื่นลูกใหม่" บนตลาดโลก
ในสายตาของ "ทศ" มองว่าทุกประเทศมีโอกาสสำหรับทุกรูปแบบธุรกิจ!! เชื่อว่าใน 5 ปีข้างหน้า เซ็นทรัลรีเทล จะเติบโตในอัตราก้าวกระโดด ด้วยกำลังซื้อจากประชากรโลกกว่า 7,000 ล้านคน คือ โอกาสทางการตลาด และ บิ๊ก ชาเลนจ์!!! ก้าวข้ามความเป็น ‘Domestic Leader’ สู่ ‘บริษัทข้ามชาติ’ อย่างเต็มตัว
กรอบยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนผ่านยุทธวิธีสร้างการเติบโตด้วยการมุ่งซื้อหรือควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition) และการร่วมลงทุน (Joint Venture) นอกเหนือไปจากการขยายเครือข่ายสาขาแบบเดิมๆ "โตแต่ช้า" ท่ามกลางคู่แข่งและโอกาสทางการตลาดมากมายต้อง "รุกเร็ว" เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง
ในปี 2555 "เซ็นทรัล" กว้านหากิจการใหม่เข้าพอร์ตธุรกิจ ทั้ง "แฟมิลี่มาร์ท" และ "ออฟฟิศเมท"
ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ซีอาร์ซี กล่าวว่า เซ็นทรัลรีเทล อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการค้าปลีกที่น่าสนใจนับสิบๆ ดีล ทั้งในยุโรป และอาเซียน เชื่อว่า" M&A" น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสุดในวันนี้ ในฐานะซีอีโอบรรทัดสุดท้ายของการลงทุน คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น มาจากการเติบโตของยอดขายและผลกำไร
คลื่นลูกใหม่ "ทศ" มุ่งหน้าขับเคลื่อน "เซ็นทรัลรีเทล" โต้คลื่นด้วยความพร้อมของโมเดลธุรกิจครบทุกหมวดหมู่สินค้า ครอบคลุมการทำตลาดทุกระดับ รองรับการเติบโตทั้งไทย และทั่วโลก ประกอบด้วย กลุ่มห้างสรรพสินค้า ได้แก่ เซ็นทรัล โรบินสัน เซน และ ลา รีนาเซนเต กลุ่มฟู้ด ได้แก่ กิจการซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ "ท็อปส์" และ
"เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์" ร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท กลุ่มร้านสเปเชียลตี้สโตร์ ประกอบด้วย ร้านจำหน่ายหนังสือ อุปกรณ์เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง "บีทูเอส" และ "เพจวัน" ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ "เพาเวอร์บาย" ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องกีฬาครบวงจร "ซูเปอร์สปอร์ต" ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน "โฮมเวิร์ค" และ ไทวัสดุ" รวมทั้งช่องทางขาย 24 ชั่วโมง "ชอปปิง ออนไลน์"
เครือข่ายธุรกิจเหล่านี้เป็น 'ขุมพลัง' แห่งความได้เปรียบให้กับเซ็นทรัลรีเทล ต่อ "ก้าวย่าง" ที่รอโอกาสในการ 'จับวาง' ให้ถูกที่ถูกทางเท่านั้น...ค้าปลีกกลุ่มเซ็นทรัลเวลานี้นับว่ามีวาไรตี้ของรูปแบบธุรกิจมากที่สุดรายหนึ่งในไม่กี่รายในโลกที่จะมีความหลากหลายได้เช่นนี้
---
@คนเซ็นทรัลทำงานหนัก!!
"ขยัน-ประหยัด-อดทน" คือ หลักคำสอนจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่คุณปู่ (เตียง) คุณพ่อ (สัมฤทธิ์) และคุณอา จนมาถึงวันนี้ นี่คือวัฒนธรรมของครอบครัวจิราธิวัฒน์
"ธุรกิจของเซ็นทรัลที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง เพราะเราทำงานมาก และทำงานกันหนัก ชีวิตส่วนใหญ่ คือ งาน เป็นหลักการทั่วๆ ไป และวัฒนธรรมที่สั่งสมต่อกันมา" ทศ กล่าวและว่า ยกเว้นการบริหารจัดการธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นถูกเปลี่ยนแปลงตามโลกแห่งอนาคตที่เปลี่ยนไป การทำงานไม่ใช่เรื่องของคนในครอบครัวเป็นหลัก แต่ต้องเป็น "มืออาชีพ" มากขึ้น
แม้วันนี้หลายคนจะมองว่าเซ็นทรัลก้าวไกล!! แต่เรียกว่าประสบความสำเร็จ...ยังดูยาก สิ่งที่วางไว้วันนี้จะ "ต่อยอด" ได้ขนาดไหนยังเป็นเรื่องที่ต้องโฟกัส เพราะการทำงานเปลี่ยนไปเรื่อยตามสภาวะแวดล้อม ณ ขณะนั้น หากถามเซ็นทรัลเมื่อ 10 ปีที่แล้วต่อการเปิดตลาดต่างประเทศเฉกเช่นทุนไทยจำนวนมากเริ่มรุกขยายตลาดนอกบ้าน แต่เวลานั้นเรายังไม่พร้อม มาถามวันนี้ก็คนละคำตอบ
วันนี้ เซ็นทรัล พร้อมไปต่างประเทศ แต่ แต่ก็ต้องมาปรับองค์กรใหม่ "คัดคนที่เก่งที่สุด มีผลตอบแทน-เพิ่มรายได้ มีแคเรียพาร์ทที่ดีขึ้นสำหรับบุคลากรที่ไปต่างประเทศ และหากเราไม่ทำ M&A ก็ทำให้เติบโตช้า ซึ่งช่วง 3 ปีนี้เซ็นทรัลโตเท่าตัว หากไม่ทำ M&A ก็อาจโตได้แค่ครึ่งเดียว
ยุทธวิธี M&A "เสี่ยงน้อย" และเป็นเครื่องมือสร้างการ "เติบโต" สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ในระดับหนึ่ง เป็นเทรนด์ทั่วโลก เราต้องประเมินตลอดเวลาเหมือนการลงทุนทั่วไป
"หน้าที่หลักของผมในฐานะซีอีโอ ต้องเสนอบอร์ด ถ้าลงทุน 1 ต้องได้ 10 แต่หากจะเสียต้องเสียแค่ 1 และต้องไม่มีผลกระทบกับสิ่งที่มีอยู่ เวลาประเมินต้องมองว่าเสียแล้วเสียอะไร ได้แล้วได้อะไร ผิดพลาดเคยมี!!" ทศยอมรับ สูตรลงทุน หรือวิธีคิดไม่มีอะไรตายตัว คนเราทำไม่เท่ากัน หากทำ 100 ประสบความสำเร็จ 80 เสียแค่ 20 แต่ถามว่า 80 ได้มากกว่า 20 ที่เสียไปหรือเปล่า หรือทำแค่ 20 ไม่เสียของเลยน่าจะดีกว่าหรือไม่
ธุรกิจมีความเสี่ยง มีได้ มีเสีย ได้แล้วได้อะไร ผมเป็นคนกล้าเสีย!! เสียมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่อาศัยทำเยอะ แน่นอนต้องได้มากกว่าเสีย ไม่มีอะไร 100% แต่มั่นใจว่าถูก 80% ต้องมองในภาพรวม
ทศ ยกตัวอย่าง "บิ๊กซี" หนึ่งในความผิดพลาดที่ว่าขายหุ้นมากเกินไป เพราะวันนั้นทุกอย่างเลวร้ายมาก มองแล้วไม่เห็นฝั่ง ก็ต้อง "เซฟสุด" ขายมากสุด เหลือให้น้อยที่สุด เพราะกลัวว่า หากเขาโตต่อจาก 20 สาขา เราไม่มีเงินจะเพิ่มทุน!!
แม้วันนี้ยังรู้สึกเสียดายอยู่บ้างเพราะบิ๊กซีจัดอยู่ในกลุ่มอาหาร (Food) หากรวมท็อปส์ ทำให้พอร์ตธุรกิจกลุ่มอาหารของซีอาร์ซีใหญ่ที่สุดเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามในฐานะ "ผู้ถือหุ้น" ไม่ได้เป็นผู้บริหาร และวันนี้ไม่มีคนของจิราธิวัฒน์นั่งอยู่ในธุรกิจนี้แล้วก็ตาม ก็เสมือนนักลงทุนขาหนึ่ง จะทำเองหรือไม่ทำเองก็ไม่ต่างกัน ยิ่งการที่ "บิ๊กซี" ควบรวมกิจการ "คาร์ฟูร์" มาได้ทำให้พอร์ตธุรกิจใหญ่ขึ้นมาก มียอดขายมากกว่า 1 แสนล้านบาท ในอนาคตบิ๊กซียังจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอาเซียนทำให้ "เซ็นทรัลรีเทล" ใหญ่ขึ้นด้วย
"ซีอีโอ" แห่งเซ็นทรัล บอกต่อว่า "คีย์ซัคเซส" ของธุรกิจท้ายสุดอยู่ที่ "คน" สำคัญยิ่ง คือ "ผู้นำ" การเติบโตต้องผลักดันให้เกิดการขยายตัวเพื่อเติบโตอย่างต่อเนื่องและ "ก้าวหน้า" เชื่อว่าไม่ใช่คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการขยายงาน เป็นคนส่วนน้อยด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ผลักดันจะเป็นแค่การเติบโตแบบเรื่อยๆ ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงย่อมไม่ดีแน่นอน
"ผู้นำ" ต้องหมั่นดูแลผลประกอบการ "โต" แล้วต้องมี "กำไร" สร้างฐานการเงินที่แข็งแรง ถามว่าจะมี "ซีอีโอ" กี่คนที่ดู 4-5 เรื่องพร้อมกันได้ สะท้อนถึงความสำคัญและคุณภาพของ "คน" ทุกระดับ นั่นคือ ทีมและระบบที่ดี!! แม้ตัวบุคคลไม่ครบ แต่ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนได้ตามระบบโดยอัตโนมัติ จะทำให้บริษัท "โต" ทำให้คนรักในงาน
แม้กระทั่ง "บอร์ด" ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทีมปฏิบัติการ "บอร์ด" ต้องทำหน้าที่ดูแล "ผู้บริหาร" ขณะที่ "ผู้บริหาร" ดูแล "ลูกน้อง" หลายบริษัทมีปัญหาที่บอร์ดไม่ดูแลผู้บริหาร ทำให้ผู้บริหาร "ไม่มีกำลังใจ"
ปัจจุบัน บทบาทโฮลดิ้ง คอมปะนี ของ "ซีอาร์ซี" ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เป็นพอร์ตลงทุน โดยมี "บิซิเนส ยูนิต" หลากหลาย แต่ละธุรกิจมี "ผู้นำ" ซึ่งคนเหล่านี้ต้องมี Passion ชอบและตั้งใจสูง!!
ฉะนั้น องค์กรสำคัญที่ คน-ทีมเวิร์ค การดูแลซึ่งกันและกันให้ดี สร้าง "ระบบ" ให้ขับเคลื่อนได้รองรับเป้าหมายทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว "ปีเดียว" ไม่มีความหลาย วงจรธุรกิจต้องมองยาว 10-20 ปี!! ดีที่สุดคือ 10 ปี ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไป








