วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ก้าวข้ามกรอบเดิม ‘เต็ดตรา แพ้ค’ ชูบรรจุภัณฑ์ยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก

การคว้าโอกาสการเติบโตในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก นอกจากการคิดค้น พัฒนาสูตรอาหารใหม่ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างอีกต่อไป โปรดักท์ดีตอบโจทย์เป็นหัวใจสำคัญ แต่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ช่วยเรียกลูกค้าได้

ในวันที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว พฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การเลือกอาหารที่มีคุณภาพและโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและประสบการณ์โดยรวมในการเลือกซื้อสินค้า

เทรนด์ Pet Humanization กำลังเป็นอีกปัจจันที่ผลักดันให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมมากขึ้น และเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ผลิตในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง 

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ประเมินตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2568 มูลค่า 6.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ผลิต 

ชูยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงตลาดพรีเมียม

สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงกำลังเปิดโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม (Premiumisation) ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารดิบที่ไม่ผ่านความร้อน (Biologically Appropriate Raw Food หรือ BARF) รวมถึงอาหารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ (Functional Pet Food)  จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แทนการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

ก้าวข้ามกรอบเดิม ‘เต็ดตรา แพ้ค’ ชูบรรจุภัณฑ์ยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก

สำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง หากพิจารณาหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจคืออาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก ซึ่งมีจุดเด่นด้านความชุ่มชื้นและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากอาหารเม็ด ยังสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเนื้อละเอียด เนื้อชิ้นในน้ำเกรวี ฯ เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของสัตว์เลี้ยง 

หากมองในภาพรวมระดับโลก ตลาดอาหารเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่า 4 หมื่นล้านยูโรในปี 2570 สะท้อนถึงโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด  

“ในตลาดที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น การคิดค้นสูตรอาหารใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจของเจ้าของสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงต้องก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ แล้วหันมามองให้ลึกถึงไลฟ์สไตล์และความคาดหวังที่เปลี่ยนไปของผู้เลี้ยง ควบคู่ไปกับการมองหานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”

บรรจุภัณฑ์ เครื่องมือสร้างความแตกต่าง 

แม้คุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการจะยังเป็นหัวใจสำคัญของอาหารสัตว์เลี้ยง แต่สิ่งที่ผู้ผลิตไม่ควรมองข้ามคือประสบการณ์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือกซื้อและใช้งานผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การมองเห็นสินค้าบนชั้นวาง ไปจนถึงการเปิดบรรจุภัณฑ์ การจัดเก็บหลังเปิดใช้งาน ฯ ล้วนมีผลต่อความสะดวกในการใช้งานจริง โดยเฉพาะอาหารเปียกที่สัตว์เลี้ยงอาจไม่ได้กินหมดในครั้งเดียว การมีบรรจุภัณฑ์ที่เปิดง่าย แบ่งเทสะดวก และสามารถจัดเก็บอาหารที่เหลือ จะช่วยลดความยุ่งยากในการให้อาหารแต่ละวันได้

ผลการศึกษาผู้บริโภคของเต็ดตรา แพ้ค ในอิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร พบว่า 62% ของผู้เข้าร่วมสำรวจ จะเลือกบรรจุภัณฑ์แบบกล่องกระดาษอย่าง Tetra Recart มากกว่ากระป๋องโลหะแบบเดิม ๆ และ59% มองคุณสมบัติการปิดบรรจุภัณฑ์ซ้ำได้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ  

"ผลการศึกษานี้จะไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยตรง แต่ชี้ให้เห็นรูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า"

ก้าวข้ามกรอบเดิม ‘เต็ดตรา แพ้ค’ ชูบรรจุภัณฑ์ยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก

ประสิทธิภาพโลจิสติกส์ รับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยุคใหม่

ประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ เป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อช่องทางอีคอมเมิร์ซมีบทบาทเพิ่มขึ้น การใช้พื้นที่จัดเก็บและขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพจึงช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการต้นทุนและรองรับช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม ซึ่ง Euromonitor International การคาดการณ์ในปี 2571 ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงทั่วโลกถึง 44% จะจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์

ประเทศไทย เป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่สำคัญ การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ผลิตควรนำมาพิจารณาในการวางแผนธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์หรือเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

เคลื่อนสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน

สุภนัฐ กล่าวอีกว่า การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในระยะต่อไป ต้องอาศัยการพัฒนาที่เชื่อมโยงตั้งแต่ความเข้าใจตลาดและผู้บริโภค ความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เทคโนโลยีกระบวนการผลิต ไปจนถึงโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและเป้าหมายทางธุรกิจ

“อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย การแข่งขันในอนาคตไม่ใช่เพียงการพัฒนาสูตรอาหารให้ดีขึ้น แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ตั้งแต่ตัวผลิตภัณฑ์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่เลือกใช้ เพราะการเติบโตในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ต้องมองให้ไกลกว่าตัวสูตรอาหาร และมองบรรจุภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าและความสามารถในการแข่งขัน”