วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘วัลลภา’ ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดแผนพัฒนา ‘สวนน้ำ DreamWorks’ ปักหมุดลงทุน ‘เอเชียทีค-อควอทีค พัทยา’

“ทำไมกรุงเทพฯ ถึงไม่มีสวนน้ำอยู่ใจกลางเมือง?” นี่คือคำถามสู่การตั้งโจทย์ทางธุรกิจของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้การนำทัพของ วัลลภา ไตรโสรัส ทายาทเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี หลังเห็นเทรนด์การเติบโตของนักท่องเที่ยว “กลุ่มครอบครัว” กำลังซื้อหลักของภาคท่องเที่ยวไทย เตรียมแผนพัฒนาสวนน้ำใจกลางกรุงเทพฯ รวมถึงพัทยา ภายใต้ความร่วมมือกับ “ดรีมเวิร์คส์” (DreamWorks) ยักษ์บันเทิงระดับโลก

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่ง AWC เปิดเผยว่า “บริษัทผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก DreamWorks บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และอนิเมชันรายใหญ่ของสหรัฐ เตรียมพัฒนาสวนน้ำธีมระดับโลกรวม 2 แห่ง”

แห่งแรกอยู่ในโครงการ “อควอทีค พัทยา” (Aquatique Pattaya) เป็นรูปแบบทั้งในร่มและกลางแจ้ง ที่เพิ่งประกาศความร่วมมือไปเมื่อเดือน ก.ย. 2569 โดยในอาคารหลักจะมีโรงแรม 4 แบรนด์ ได้แก่ ริทซ์-คาร์ลตัน, เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, ม็อกซี่ และออโตกราฟ

“เราออกแบบให้สวนน้ำในอควอทีค พัทยา มีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ (Infinity Edge Pool) เห็นวิวทะเล สามารถออกจากทุกห้องพักของแบรนด์โรงแรมออโตกราฟ เข้าสู่สระว่ายน้ำ (Pool Access) เล่นน้ำได้เลย ซึ่งมีเลซี่ริเวอร์ (Lazy River) และสามารถเล่นสไลเดอร์ลงไปได้เลย พอจะกลับขึ้นมาเล่นใหม่ก็สามารถขึ้นลิฟต์ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องแบกห่วงยาง”

แห่งที่ 2 คือสวนน้ำขนาดใหญ่ในโครงการ "เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น" (Asiatique The Riverfront Destination) บนที่ดินอีกแปลงจากที่มีกว่า 100 ไร่ในโครงการเอเชียทีค ไม่ได้อยู่ในอาคารสูง 56 ชั้น ซึ่งก่อนหน้านี้วางแผนไว้ว่าจะมีโรงแรม 3 แบรนด์ภายในอาคารเดียว ได้แก่ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ, แมริออท มาร์คีส์ และเตรียมเซ็นสัญญากับแบรนด์ออโตกราฟเพิ่ม

หลังจากเปิดจูราสสิค เวิลด์ (Jurassic World: The Experience Bangkok) แล้วได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้ากลุ่มครอบครัว เลยมองว่าต้องมีกิจกรรมในเอเชียทีคเพิ่ม จึงตั้งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพฯ ถึงไม่มีสวนน้ำอยู่ใจกลางเมือง? ทำไมถึงไม่มีโรงแรมรีสอร์ตที่จับกลุ่มครอบครัว? ทำให้มองว่าควรเติมเต็มความพิเศษนี้กับกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทย แต่ดึงคนทั่วโลกมาสัมผัสประสบการณ์นี้ เสริมพลังแก่ภาคท่องเที่ยวไทย

“คอนเซปต์ของสวนน้ำในเอเชียทีคจะแตกต่างจากในอควอทีค พัทยา เพราะจะสร้างบนที่ดินอีกแปลง ไม่ได้อยู่ในตึกสูง 56 ชั้น โดยจะเติมองค์ประกอบเวลเนส (Wellness) เพิ่มด้วย ในส่วนของไทม์ไลน์การพัฒนา จะเริ่มพัฒนาสวนน้ำในอควอทีค พัทยาก่อน จากนั้นค่อยเริ่มพัฒนาสวนน้ำในเอเชียทีค”

สวนน้ำในเอเชียทีคจะลัดคิวพัฒนาก่อนตึกสูง 56 ชั้นที่อยู่ระหว่างศึกษาปรับแผนเพิ่มเติม ความตั้งใจของบริษัทคืออยากให้มีเครื่องเล่นมากที่สุดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากยังเตรียมพัฒนาให้มี “สวนน้ำบนเรือ” ด้วย สามารถล่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่อ่าวไทย

วัลลภา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนธุรกิจ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2574 ภายใต้งบลงทุนรวม 1 แสนล้านบาทใหม่ เพื่อพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กระดับโลกทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และจุดหมายปลายทางสำคัญทางการท่องเที่ยว ไฮไลต์คือการลงทุนพัฒนาและปรับปรุง 11 โครงการท่องเที่ยว โรงแรม และคอมเมอร์เชียลริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกเหนือจากการสร้างความมั่นใจเรื่องคุณภาพแล้ว การปรับแผนใหม่ดังกล่าวเพื่อให้สอดรับกับการจำหน่ายสินทรัพย์คุณภาพสูงเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ภายใต้ชื่อ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์ สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ หรือ AWR ซึ่งได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ก.ล.ต. โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2570

โดย AWR จะมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท จากทรัพย์สิน 5 แห่ง ได้แก่

1.อาคารสำนักงาน ดิ เอ็มไพร์ แลนด์มาร์กสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร และจำนวนผู้เช่ากว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม

2.บันยันทรี เกาะสมุย รีสอร์ตเวลเนสระดับอัลตราลักชัวรี ประกอบด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว 88 หลัง ตั้งอยู่บนหนึ่งในผืนดินริมชายหาดส่วนตัวที่หายากของเกาะสมุย

3.บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ต รีสอร์ตระดับลักชัวรี บนหาดทับแขก ประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่าวิวทะเล 72 ห้องพัก ทุกห้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัว

4.มีเลีย เกาะสมุย รีสอร์ตลักชัวรีริมชายหาดเชิงมน ขนาด 200 ห้องพัก

5.พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา รีสอร์ตริมชายหาดจอมเทียน ขนาด 287 ห้องพัก ซึ่งได้รับการเปลี่ยนตำแหน่งการตลาด (Repositioning) ใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน