วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘สวนสยาม’ ลุยแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เผยทุนไทย-ต่างชาติเกิน 10 รายรุมจีบซื้อที่ดิน-ซื้อกิจการ

‘วุฒิชัย’ ทายาท ‘สวนสยาม’ เปิดแผน 2 ทาง ลุยฟื้นฟูธุรกิจหลังวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯ พร้อมเปิดรับข้อเสนอทั้งซื้อที่ดิน-ซื้อกิจการ เผยมีทุนไทย-ต่างชาติเกิน 10 รายรุมจีบยื่นข้อเสนอ พร้อมถอดบทเรียนน้ำท่วม ชงรัฐทำแบบจำลอง Simulation เตือนภัยฝนตกรายเขต หนุนผู้ประกอบการและประชาชนวางแผนรับมือวิกฤติได้อย่างแม่นยำ

หลังจาก ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง “สวนสยาม” (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า “สยามอะเมซิ่งพาร์ค”) ประกาศผ่านสื่อมวลชนเมื่อต้นเดือน ต.ค. 2569 หลังประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่า หากมีผู้สนใจรับช่วงต่อธุรกิจ สวนสยามพร้อมเปิดทางขายที่ดิน 250 ไร่ในราคาประมาณ 10,000 ล้านบาท

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามพาร์คซิตี้ จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หลังจากคุณพ่อ (ดร.ไชยวัฒน์) ประกาศเรื่องขายที่ดินไป ก็ได้บอกว่าระหว่างนี้ให้วางแผนไว้ 2 ทาง ทางแรกคือการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเปิดกิจการได้ตามปกติ และอีกทางคือการเปิดรับฟังข้อเสนอซื้อที่ดินสวนสยามขนาด 250 ไร่ ถ้าเป็นข้อเสนอที่รับได้ ก็ยินดีพิจารณาต่อ

โดยปัจจุบันมีติดต่อเข้ามาแล้วมากกว่า 10 ราย มีทั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลลอปเปอร์) มีทั้งทุนในประเทศและทุนต่างชาติ ติดต่อผ่านทั้งตน พี่น้อง และคุณพ่อ ซึ่งมีทั้งข้อเสนอขอซื้อเฉพาะที่ดิน และข้อเสนอขอซื้อบริษัทเพื่อนำไปบริหารและพัฒนาต่อยอด

“หากสุดท้ายแล้วมีการบรรลุข้อตกลงซื้อขายเฉพาะที่ดิน บริษัทก็อยากนำเครื่องเล่นไปไว้ในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาประเมินว่าหลังน้ำท่วมจะต้องซ่อมแซม หรือย้าย หรือจัดซื้อใหม่ แบบใดมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน โดยเครื่องเล่นทั้งหมดของสวนสยาม มีมูลค่าสะสมตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วรวมประมาณ 2,000–3,000 ล้านบาท”

วุฒิชัย กล่าวขยายความถึงแผนฟื้นฟูกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งว่า หลังผ่านสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ บริษัทได้เริ่มเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหาย พบว่ามีความเสียหายไม่เท่ากันในแต่ละจุด หากพื้นที่ไหนสามารถดำเนินการซ่อมแซมฟื้นฟูได้เร็ว เราก็จะทำก่อน

สำหรับ “โซนสวนสนุก” คาดว่าจะยังคงไทม์ไลน์ปิดให้บริการราว 6 เดือนนับตั้งแต่เกิดเหตุน้ำท่วม เนื่องจากต้องรอวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาตรวจเช็กระบบความปลอดภัยของเครื่องเล่นอย่างเป็นทางการ แต่โซนอื่นๆ ที่เราสามารถซ่อมแซมเองได้ เช่น ค่ายลูกเสือ ก็อาจจะกลับมาเปิดให้บริการได้เร็วกว่าที่คิด ส่วนอาคาร Bangkok World ข้างหน้า ไม่ได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากตัวอาคารยกพื้นขึ้นสูง ขณะที่โซนสวนน้ำ ตอนนี้มีแผนซ่อมแซมทันทีหลังผ่านช่วงฝนตก

ทั้งนี้ บริษัทประเมิน “มูลค่าความเสียหาย” ทั้งหมดไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท เนื่องจากต้องนับรวมการเสียโอกาสทางธุรกิจจากการปิดให้บริการในช่วงปิดเทอมเดือน ต.ค. ต่อเนื่องไปถึงช่วงไฮซีซันในเดือน ธ.ค. และเทศกาลปีใหม่

ด้านงบสำหรับซ่อมแซมและฟื้นฟูอยู่ที่ราว 200-300 ล้านบาท ซึ่งยังต้องรอปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ส่วนในบางพื้นที่เราประเมินว่าถ้ารื้อแล้วทำใหม่เลยอาจจะคุ้มค่ากว่า โดยได้ยื่นเสนอแผนขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน แบ่งเป็น 2 เฟส ซึ่งเฟสแรกคือการฟื้นฟูเบื้องต้นซึ่งได้นำเสนอไปแล้ว และเฟสที่ 2 ฟื้นฟูส่วนที่เหลือ คาดว่าจะเข้าหารือเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน ต.ค. หรือต้นเดือน พ.ย. 2569

ในส่วนของการดูแลบุคลากร ปัจจุบันสวนสยามมีพนักงานกว่า 300 คน ซึ่งระหว่างที่ปิดบริการ บริษัทได้สนับสนุนให้พนักงานไปหางานหารายได้ที่อื่นก่อน และเมื่อสวนสยามพร้อมเปิดให้บริการจะเรียกตัวกลับมาร่วมงานอีกครั้ง

นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) เข้ามาหมุนเวียนเสริมจากวงเงินกู้ธนาคาร บริษัทเตรียมแผนเปิดขายตั๋วบัตรรายปีล่วงหน้าในราคา 1,000 บาท โดยจะเริ่มนับอายุการใช้งานตั้งแต่วันที่สวนสยามกลับมาเปิดให้บริการจริง เพื่อตอบรับความต้องการของประชาชนที่อยากสนับสนุน โดยไม่ขอรับเงินบริจาค

วุฒิชัย เสนอความคิดเห็นถึงภาครัฐเกี่ยวกับ “การถอดบทเรียนวิกฤติน้ำท่วม” ว่า ควรนำเทคโนโลยีมาจัดทำระบบจำลอง (Simulation) การเตือนภัยน้ำท่วมที่มีความละเอียดลงลึกระดับเขตหรือแขวง ว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใดบ้าง เนื่องจากข้อมูลพยากรณ์อากาศในปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดมากพอให้ผู้ประกอบการและประชาชนเข้าใจว่ามันคืออะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจวางแผนรับมือหรือย้ายทรัพย์สินได้ทันท่วงที

“ด้วยกรุงเทพฯ มีพื้นที่ใหญ่มาก ถ้าไม่แยกการเตือนภัยน้ำท่วมออกเป็นเขตหรือแขวง ทำให้มองเป็นภาพรวมที่ใหญ่เกินไป เวลาเกิดปัญหาขึ้นทีก็ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก”