วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘พิธา’ แนะไทยปิด 2 จุดอ่อน พลิกวัฒนธรรมสู่ต้นทุน-แก้โครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับท่องเที่ยว

‘พิธา’ แนะไทยปิด 2 จุดอ่อน ยกระดับซัพพลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พลิกวัฒนธรรมสู่ต้นทุนการขาย ควบคู่กับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เปลี่ยนโครงสร้างรายได้กระจายสู่เมืองรอง ลดความเหลื่อมล้ำของดีมานด์กระจุกตัวแค่ 5 เมืองหลัก พร้อมเปิด “5 เทรนด์การท่องเที่ยว” แห่งอนาคต

วันนี้ (20 ต.ค. 2569) ในงาน Nation Forum 2027 ช่วง “SAWASDEE, THAI RISING” ภายใต้หัวข้อ Tourism & Cultural IP นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ Senior Fellow, Harvard Kennedy School กล่าวว่า เมื่อมองฝั่ง “ดีมานด์” จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่าประเทศไทยไม่แพ้ใคร มีจำนวนการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มากเป็นอันดับ 1 ในปี 2568 ด้วยจำนวนกว่า 30.3 ล้านคน มากกว่าฮ่องกง ลอนดอน มาเก๊า อิสตันบูล และดูไบ

แต่ในฝั่ง “ซัพพลาย” จากรายงานของเวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรัม ระบุว่าไทยอยู่อันดับ 47 สะท้อนให้เห็นถึง “ช่องว่าง” ระหว่างฝั่งดีมานด์กับซัพพลาย

“ฝั่งดีมานด์ไม่มีปัญหา แต่ฝั่งซัพพลายแม้จะมี 2 เรื่องที่ไทยทำได้ดีคือการแข่งขันด้านราคาและโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางทางอากาศ แต่ยังมี 2 จุดอ่อนคือการนำวัฒนธรรมมาเป็นต้นทุนหรือทรัพยากรในการขาย และการปิดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับการท่องเที่ยว”

‘พิธา’ แนะไทยปิด 2 จุดอ่อน พลิกวัฒนธรรมสู่ต้นทุน-แก้โครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับท่องเที่ยว

ปัจจุบันรายได้การท่องเที่ยวไทยกว่า 70% กระจุกแค่ 5 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก นี่คือโจทย์หลักของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมองว่า “อนาคต” ของการท่องเที่ยวไทยมี 3 เรื่องหลักที่ต้องเร่งเปลี่ยน ได้แก่

  • เปลี่ยนจากเน้นเชิงปริมาณเป็นเชิงคุณค่า
  • เปลี่ยนจาก ซี แซนด์ และซัน (Sea, Sand, Sun) เป็น ฮีล เฮลธ์ ฮาร์ท (Heal, Health, Heart)
  • เปลี่ยนโครงสร้างรายได้ให้กระจายไปเมืองรอง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของดีมานด์การท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่ใน 5 เมืองหลัก

“ผมคิดว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่การพัฒนาเมืองรองให้เป็นเมืองรองจริงๆ ไม่ใช่เมืองหลักย่อย ไม่ใช่เชียงใหม่จิ๋ว หรือภูเก็ตจิ๋ว และไม่ไปกำหนดรสนิยมให้กับเมืองนั้นๆ ขณะเดียวกันควรออกนโยบายกระตุ้นการเดินทาง เช่น คูปองเมืองรอง หรือการวางแผนเส้นทางรถบัสให้เอื้อต่อความสะดวกสบายในการเดินทางเหมือนในประเทศญี่ปุ่น”

ทั้งนี้ ควรมองการท่องเที่ยวจากข้างนอกสู่ข้างใน (Outside-In) โดย 5 เทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต มีดังนี้

1.Hushpitality เมื่อความหรูคือความเงียบ เราต้องออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ความเงียบ ความเป็นส่วนตัว และการนำองค์ประกอบของธรรมชาติและสิ่งรบกวนที่น้อยลง มาลดความว้าวุ่นและสิ่งเร้ารอบตัว

2.Whycations เราต้องเข้าใจนักท่องเที่ยวก่อนว่า "ทำไม" ถึงอยากออกเดินทาง 

3.Past Ports การกลับไปเยี่ยมเยือนอดีต สถานที่แห่งความทรงจำ ค้นหารากเหง้าของเราว่ามีที่มาอย่างไร

4.Set-Jetting เที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ซีรีส์ และเพลง เปลี่ยนจากเนื้อหาบนจอมาสู่เรื่องจริงในทริป ซึ่งประเทศไทยทำได้ดีอยู่แล้วในเรื่องนี้

5.Goods Getaways อยากเห็นคนมาเที่ยวเพื่อซื้อ "สินค้าที่ระลึก" หรือ "สินค้าท้องถิ่น" กลับไป