วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’ น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน

วิกฤติซ้ำวิกฤติอยู่อย่างนั้น! คุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย หวังไตรมาสสุดท้ายดึงยอดโต-คนออกมาจับจ่ายหน้าเทศกาล แต่ “น้ำท่วมใหญ่” ซ้ำเติมหนัก คนไทยระวังใช้จ่ายมากกว่าเดิม จากกินมื้อละ 100 อาจเหลือ 50-60 บาท บางแห่งยอดขายหายทันที 30% หวังเห็นรัฐบาลดันมาตรการเพิ่มสภาพคล่อง ประชาชนอยู่ได้ธุรกิจถึงอยู่รอด

KEY POINTS

  • สถานการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” ปี 2569 สร้างความเสียหายให้กับหลายภาคส่วน ซึ่งก็รวมไปถึง “ร้านอาหาร” ที่อยู่ในช่วงจำศีลซบเซามาตั้งแต่ต้นปี หลังเผชิญกับวิกฤติราคาน้ำมันพุ่ง
  • เจ้าของร้านอาหารหลายแห่ง ระบุตรงกันว่า หลังจากนี้คนจะระมัดระวัง-คิดเยอะในการใช้จ่ายยิ่งกว่าเดิม ต้องกำเงินไปใช้กับสิ่งจำเป็นอย่างการซ่อมบ้าน ซ่อมรถ เก็บเงินสำรองมากขึ้น
  • แม้แต่ “ลัคกี้ สุกี้” ร้านสุกี้ราคาย่อมเยาก็ยังคาดการณ์ว่า ตลาดจะเงียบลงทุกๆ เซกเมนต์ ไม่เว้นแม้แต่ร้านที่ราคาเข้าถึงง่าย ผู้ประกอบการต้องกลับมาบริหารจัดการต้นทุนให้ละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม ต้องเตรียมแผนสำรองให้รัดกุมมากกว่านี้

วิกฤติน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพและปริมณฑลครั้งนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด หลังฝนถล่มกลางกรุงไม่หยุด 48 ชั่วโมงติดต่อกันจนทำให้การจราจรเป็นอัมพาต หลายแห่งกลายเป็นพื้นที่ประสบภัย หลายแห่งถูกตัดน้ำ-ตัดไฟออกไปใช้ชีวิตไม่ได้ หลายคนต้องติดอยู่กับที่ไม่ได้กินข้าวกินน้ำหลายวัน โดมิโนถึงกลุ่มธุรกิจที่มีคนทำงานเหล่านี้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนต้องปิดทำการลงชั่วคราวจากผลกระทบที่ลากยาวต่อเนื่อง แม้ฝนหยุดตกแล้วแต่น้ำท่วมขังยังไม่สามารถหาที่ทางระบายออกไปได้

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครเตรียมใจ เป็นที่ทราบกันดีว่า 3 เดือนสุดท้ายของปีคือช่วงเวลา “Golden Time” ของภาคธุรกิจ หลังจากต้องผ่านปีที่ยากลำบากและซบเซาลากยาวมาตั้งแต่ปี 2568 ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดี กำลังซื้อที่เปราะบาง เงินในกระเป๋าผู้บริโภคที่ลดลง ฯลฯ

แต่กลายเป็นว่า สิ้นปีนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายของผู้ประกอบการมากกว่าเดิม นอกจากแผลเก่ายังไม่สมานยังมีแผลใหม่เข้ามาซ้ำเติม ผู้ประกอบการร้านอาหารหลายคนออกปากว่า ครั้งนี้หนักและกระทบกับอีก 3 เดือนสุดท้ายแน่นอน

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน

ยอดขายหาย 30% คนจะกินอาหารนอกบ้านน้อยลง เลือกเก็บเงินไปซ่อมบ้าน 

“เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร” เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “รวยไม่หยุดกรุ๊ป” เครือร้านอาหารที่มีแบรนด์ในพอร์ตมากกว่า 10 แบรนด์ ระบุว่า ขณะนี้ร้านที่อยู่บนโลเคชันใกล้กับจุดน้ำท่วมยอดขายหายไปแล้วกว่า 30% เช่น สาขาเมกะบางนา ปกติคนเดินเยอะมากตอนนี้เบาบางลงชัดเจน ส่วนสาขาที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เนื่องจาก “เกศเตี๋ยว” หนึ่งในร้านเครือรวยไม่หยุดกรุ๊ปอยู่ใกล้กับจุดที่มวลน้ำถล่มเข้าห้าง 

จากการเข้าไปสำรวจความเสียหาย พบว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายทั้งหมด โต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากไม้พังเสียหาย ขณะนี้ปริมาณมวลน้ำอยู่ระดับเท่าคางซึ่งถือว่าสูงมาก ถ้าให้ประเมินภาพรวมสาขานี้เสียหายทั้งหมด 100% “เกศ” บอกว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเพียงหน้าร้าน แต่ยังเป็นเรื่องของรายได้ที่หายไป พนักงานประจำสาขากว่า 30 คนที่ยังต้องไปต่อ สต๊อกสินค้าที่เตรียมไว้สำหรับสาขานี้ รวมถึงพาร์ทเนอร์คู่ค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน 

“เกศ” เล่าว่า เหตุการณ์ที่สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ห้างเองก็น่าจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากภาครัฐด้วย ช่วงเวลาที่น้ำทะลักเข้าห้างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ถือเป็นสาขาขายดีอันดับต้นๆ ของ “เกศเตี๋ยว” ตอนนี้จึงเร่งกระจายพนักงานทั้ง 30 คนไปประจำการสาขาอื่นๆ รวมถึงหาที่พักให้พนักงานบางคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยด้วย

“ตอนนี้ที่ต้องปิดจริงๆ มีแค่สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ วันแรกที่เกิดเหตุน้ำท่วมบางสาขาไม่มีคนไปเปิดร้าน แคชเชียร์หรือผู้จัดการบางคนติดน้ำท่วม ทางแก้คือเราต้องส่งคนจากสาขาอื่นไปก็อาจจะเปิดได้ช้าหน่อย พนักงานบางคนเราหาเช่าโรงแรมให้อยู่ในที่ๆ สัญจรได้และมีอาหารกิน หลายสาขาตอนนี้ลูกค้าน้อยลง โดยเฉพาะสาขาใกล้แหล่งน้ำท่วมจะเห็นชัดเจน เช่น บางนา และรังสิต คนหายไปเลยเฉลี่ย 30-40%”

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน -เกศ-ชุติมา เปรื่องเมธางกูร เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือรวยไม่หยุดกรุ๊ป-

ในมุมความรู้สึกผู้ประกอบการ “เกศ” บอกว่า รู้สึกถึงคราวซวย จากตอนแรกที่สถานการณ์บริษัทกำลังไปได้ดีหลังฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 และค่อยๆ กลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ ฝั่งนักท่องเที่ยวเองก็ดีขึ้นกว่าปีก่อนมาก แต่หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็เริ่มเห็นอนาคตชัดขึ้น การทำธุรกิจเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นไปอีก หลังจากนี้คงต้องกลับมาดูแลความพร้อมใช้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียน

ทั้งเรื่องวางแผนเตรียมเงินสำรอง รับมือกับเหตุฉุกเฉิน วางแผนสต๊อกและการจัดส่ง เพราะตอนนี้พบว่า มีปัญหาเรื่องการจัดส่งวัตถุดิบที่หน้าสาขาตามมา ทั้งซัพพลายเออร์ของสดและผักที่ติดปัญหาจากการเดินทางในบางพื้นที่ “เกศ” มองว่า อีก 3 เดือนที่เหลือหลังจากนี้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบแน่นอน แม้น้ำจะลดแต่ผู้บริโภคมีภาระรออยู่ กว่ากำลังซื้อจะกลับมาคนต้องมั่นใจในรายได้ก่อน ต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปซ่อมแซมบ้านหรือกลับมาตั้งตัวใหม่ 

การเดินห้างอาจมีอยู่แต่เงินในกระเป๋าคงเปลี่ยนทิศทางไปทำอย่างอื่นที่มีความจำเป็น แม้แต่ร้านอาหารที่ราคาเข้าถึงง่ายก็น่าจะกระทบ ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่ามากขึ้น ต้องหาสินค้าที่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ คนจะเปลี่ยนวิธีใช้เงิน จากเดิมที่ควักกระเป๋าจ่าย 100 บาท อาจเหลือเพียง 50-60 บาทในหนึ่งมื้อ 

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน -เกศเตี๋ยว หนึ่งในร้านที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในเครือ-

สิ่งที่จะตามมาแน่นอน คือคนกินข้าวนอกบ้านน้อยลง เลือกจ่ายกับสิ่งที่จำเป็นมากๆ แต่ละโลเคชันก็จะฟื้นตัวไม่เท่ากันด้วย โลเคชันที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะฟื้นเร็วกว่าต้องพิจารณาเป็นรายสาขากันไป ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่าง “แฟชั่นไอส์แลนด์” ต้องรอประเมินสถานการณ์ว่า จะช่วยเหลือผู้เช่าได้มากน้อยแค่ไหน อาจเป็นการลดค่าเช่าระยะยาวด้วยกรอบเวลากี่เดือนก็ว่ากันไป เพราะไม่ใช่ผู้เช่าทุกคนจะมีสายป่านยาว บางคนอาจนำเงินลงทุนทั้งก้อนมาเปิดร้านด้วยซ้ำ ต้องดูแลแบบ “Case by Case”

“เวลาเราเห็นคนได้รับผลกระทบมันไม่ได้กระทบแค่นั้น คนในนั้นเป็นพนักงานของบริษัทอีกหลายๆ แห่งทั้งกลุ่มออฟฟิศหรือกลุ่มแรงงานก็ตาม การที่เขาออกมาทำงานไม่ได้ก็กระทบกับภาคส่วนธุรกิจเหมือนกัน บางคนเปิดร้านไม่ได้ ขายของไม่ได้ และรอบนี้ดูจะไม่จบง่ายๆ ด้วย ไม่รู้ว่าฝนหยุดตกแล้วรัฐบาลจะมีวิธีเยียวยาแบบไหน ไม่รู้ว่าจะมีอะไรมาเอื้อหนุนให้เยียวยาฟื้นฟูได้ง่ายๆ”

ทั้งนี้ เจ้าของเครือรวยไม่หยุดกรุ๊ป ระบุว่า ยังไม่มีแผนปรับเป้าสิ้นปีหลังเกิดวิกฤติแต่เลือกที่จะปรับกลยุทธ์ อาจปรับเซตเมนูเพื่อให้ลูกค้าคุ้มค่ามากขึ้น ปรับพอร์ชันอาหารให้ตอบโจทย์ เชื่อว่า ธุรกิจร้านอาหารยังกลับมาได้เพราะคนยังต้องกินต้องใช้ แต่คงเลือกละเอียดมากขึ้น อะไรที่จ่ายไปแล้วเหมาะสม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าร้านค้าจะเสนอความคุ้มค่าให้ลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน

บุฟเฟ่ต์สุกี้ยังหวั่นใจ เจ้าของต้องนั่งดูต้นทุนใหม่ หวังประชาชนรอด-ร้านถึงไปต่อได้

ด้าน “แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือ “ลัคกี้ สุกี้” ระบุว่า ขณะนี้หนึ่งสาขาที่ต้องปิดทำการชั่วคราว ได้แก่  สาขาโลตัส บางกะปิ เป็นผลกระทบจากน้ำท่วมและพนักงานสาขาไม่สามารถมาทำงานได้ ลูกค้าเองก็สัญจรไปมาไม่ได้ด้วย ส่วนผลกระทบสาขาอื่นๆ มีทั้งแถบลาดพร้าว รังสิต วิภาวดี และย่านรามคำแหงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน 

แต่หากจะให้สรุปความเสียหายออกมาเป็นตัวเลข “แอน” บอกว่า ยังเร็วเกินไป เพราะแต่ละพื้นที่มีความเสียหายแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือหลังจากนี้ลูกค้าจะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในมุมผู้ประกอบการต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน ต้องประเมินสถานการณ์กันวันต่อวัน

“แอน” ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ทุกคนคาดหวังกับยอดขายไตรมาสสุดท้าย ความไม่แน่นอนกลายเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการความเสี่ยง เพราะปกติแล้วช่วงโค้งสุดท้ายของปีธุรกิจร้านอาหารจะได้รับอานิสงส์จากเทศกาลและการรวมตัวกันของครอบครัว แต่ปีนี้ต้องจับตาหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ต้นทุน รวมถึงความเชื่อมั่นจากฝั่งผู้บริโภค

“เราก็อยากให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด ถ้าประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ เศรษฐกิจในพื้นที่กลับมาปกติ ธุรกิจร้านอาหารก็จะฟื้นตัวไปด้วยกัน ณ เวลานี้ ทุกคนคงโดนหมด เราระวังเรื่องราคาเป็นสิ่งสำคัญ ลูกค้าก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการซ่อมบ้านหรืออะไรหลายๆ อย่าง บางคนต้องหยุดงาน บางคนรับค่าแรงเป็นรายวัน คงต้องรอดูว่า แต่ละพื้นที่ต้องทำอย่างไร”

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน

แม้ “ลัคกี้ สุกี้” จะเป็นธุรกิจในกลุ่ม “Budget Buffet” เน้นขายความคุ้มค่าเป็นทุนเดิม แต่ “แอน” ก็มองว่า อย่างไรคงได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าทุกเซกเมนต์ในธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ชะลอออกไปก่อนได้ บุฟเฟ่ต์ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องกิน อาจเลือกกินอย่างอื่นที่มีราคาย่อมเยาลง คนจะให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน 

เมื่อถามถึงมาตรการที่ต้องการจากรัฐบาล “แอน” ให้ความเห็นว่า ในมุมผู้ประกอบการอยากเห็นมาตรการที่ช่วยลดภาระและเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโดยตรง ต้องทำให้แต่ละพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนในพื้นที่กลับมามีรายได้ มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย เพราะถ้าประชาชนอยู่ได้ ธุรกิจก็จะอยู่ได้ทั้งหมด

ด้านเป้ารายได้ในปีนี้ ผู้บริหารมองว่า สิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่เป็นอยู่อาจจะสวนทางกันสักหน่อย คงต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ อาจจะยังสรุปความเสียหายไม่ได้เต็มร้อยเพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน แต่ยอมรับว่า เป้าปีนี้ไม่ง่าย ต้องหาวิธีกันไป ทุกคนมี KPI ของตัวเอง อยากทำให้ถึงเป้าอยู่แล้ว อาจมีโปรโมชันออกมาฮีลใจลูกค้าหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มา ยังเชื่อว่า ยอดขายคงไม่หายไปทั้งหมด อาจลดลงบ้างแต่คงไม่หายไปชัดเจน

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน -(จากซ้ายไปขวา) แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ และ วิรัตน์ โรจยรุณ เจ้าของและผู้ก่อตั้งลัคกี้ สุกี้-

“สิ่งสำคัญคือความไม่แน่นอนที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่รู้ว่าปีหน้าจะเจออะไรอีก ปีนี้เจอเยอะมาก เพิ่งผ่านไทยช่วยไทยมาก็ยังไม่จบเลยแล้วมาเจอน้ำท่วมอีก เราพยายามขยายสาขาให้เยอะ ตอนนี้ก็ยังคงเน้นขยายสาขา แต่คงมองดีมานด์ของพื้นที่ ดูกำลังซื้อ ทุกสาขาต้องมีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนว่า เปิดตรงนี้เพราะอะไร คิดเยอะขึ้นในการเปิดแต่ละสาขา มองการเติบโตอย่างมีวินัยมากขึ้น ต้องดูกำลังซื้อ ดูทราฟิกคู่แข่งละเอียดมากขึ้น”

เงินในกระเป๋าคนไทยยากจะฟื้น หวังนักท่องเที่ยวเข้าประเทศช่วงสิ้นปีเพิ่ม

ฝั่ง “Copper Beyond Buffet” ร้านบุฟเฟ่ต์พรีเมียมคิวยาวที่มีเพียง 2 สาขา แต่ทำรายได้เกิน “800 ล้านบาท” ในปีก่อนหน้า ระบุว่า แม้สาขาทั้งหมดที่มีอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากกลุ่มลูกค้าที่เดินทางมาที่ร้านไม่ได้

“เหมี่ยน-พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล” เจ้าของและทายาทรุ่นที่ 2 อธิบายว่า ระบบของร้านรับจองผ่าน “Hungry Hub” ต้องชำระเงินล่วงหน้า 100% และเลื่อนนัดออกไปได้ 1 ครั้ง ซึ่งช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่า มีลูกค้าแจ้งเลื่อนออกไปมากกกว่า 600 คน จากปกติที่มีลูกค้าเข้ามากินที่ร้านทั้งสองสาขารวมกัน 1,000-2,000 คน เท่ากับว่า จำนวนลูกค้าหายไป 30%

“Copper Beyond Buffet” ทั้ง 2 สาขา และ “เตี๋ยวคอปเปอร์” อีก 2 สาขา ยังเปิดทำการตามปกติ โลเคชันปลอดภัยแต่ลูกค้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง “เหมี่ยน” บอกว่า ราว 80% ของลูกค้ามาจากโลเคชันไกลมากๆ อาทิ บางนา บางกะปิ หรือต่างจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมทั้งสิ้น

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน -เหมี่ยน-พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล เจ้าของและทายาทรุ่นที่ 2 Copper Beyond Buffet-

เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ระบุว่า  “Sentiment” ที่เกิดขึ้นแย่ลงจริงๆ เมื่อลองเปรียบเทียบตัวเลขแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ (Week-on-Week) ยิ่งพบว่า น้อยลงชัดเจน วันธรรมดาลูกค้าก็หายลงราว 30% แต่ก็พบว่า เกิดขึ้นกับร้านอาหารอีกหลายแห่งในระบบ Hungry Hub ยิ่งเทียบเฉพาะวันเสาร์ที่มักจะเป็น “Peak Time” ในแต่ละสัปดาห์ย้อนหลังไป 2 เดือนก่อนหน้า ก็พบว่า จำนวนลูกค้าลดลงไป 40% 

จึงคิดว่าในระยะสั้นลูกค้าน่าจะชะลอตัวลง ระยะกลางอีก 2-3 เดือนหลังจากนี้คงต้องลุ้นกันต่อ ส่วนภาพรวมทั้งปี “เหมี่ยน” มองว่า แย่กว่าปีที่ผ่านมา ยิ่งช่วง “Low Season” ยิ่งเห็นชัดว่า คนประหยัดเงินมากขึ้น ส่วนใหญ่เก็บเงินไปใช้ในโอกาสพิเศษมากกว่า ทว่า หลังจากเหตุการณ์นี้จากที่จะกำเงินไปใช้ช่วงปลายปีก็น่าจะเปลี่ยนเป้าหมายนำไปซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ฉะนั้น ยอดที่เคยคาดหวังไว้ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีก็อาจจะไม่ได้ดีเท่ากับที่เคยตั้งความหวังเอาไว้

“หลังเหตุการณ์น้ำท่วม คิดว่า เดือนพฤศจิกายนคนน่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับมา พอเข้าเดือนธันวาคมช่วงต้นเดือนที่มีวันพ่อก็น่าจะเริ่มกลับมาอีก คนน่าจะเครียดกับการซ่อมบ้าน ใช้จ่ายต่างๆ จากน้ำท่วม พอปลายปีอาจจะใช้จ่ายมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันเงินบางส่วนก็ถูกนำไปใช้กับการฟื้นฟูบ้าน ฟื้นฟูสถานการณ์จากน้ำท่วม อาจกลายเป็นว่า ไม่ได้ใช้จ่ายเยอะ ไม่ได้มาบ่อยอย่างที่ควรจะเป็น”

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน -ซุปทรัฟเฟิล เมนูยอดนิยมที่ Copper Beyond Buffet-

มุมมองผู้บริหาร “Copper Beyond Buffet” ระบุว่า ปีนี้แย่กว่าปีที่ผ่านมา สำหรับลูกค้าในประเทศเจอเรื่องกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง 2 ปี ซึ่งฝั่งสาขา The Sense ปิ่นเกล้า ที่มีฐานลูกค้าคนไทยเป็นหลักมีการปรับกลยุทธ์-ทำสินค้า “Party Pack” จ่ายในราคาที่ถูกลง ส่วนสาขาเกษรอมรินทร์ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ พบว่า ภาพรวมลดลงไป 20% จากเคยมีนักท่องเที่ยว 8,000-10,000 คนต่อเดือน ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 5,000-6,000 คนเท่านั้น

“สาขาปิ่นเกล้าคงไม่ปรับประมาณการแต่อาจจะปรับยอดขายโดยรวมลงมา ส่วนที่เกษรอมรินทร์เน้นดูตัวเลขนักท่องเที่ยวมากกว่า เหมี่ยนก็ยังค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้าการฟื้นฟูและการโปรโมตเป็นไปตามแผน อีก 2 เดือนที่เหลือก็น่าจะเป็นเวลามากพอที่นักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่น เดินทางมาที่กรุงเทพในช่วงปีใหม่ นักท่องเที่ยวจะเป็นความหวังหลักของเราในเดือนธันวาคม ส่วนใหญ่ยังเป็นจีนฮ่องกง จีนไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่รองลงมา นอกนั้นก็มีสิงคโปร์และมาเลเซีย”

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังมองว่า การฟื้นตัวกำลังซื้อของคนไทยยังเป็นเรื่องยาก ยังไม่เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ หรือมีตัวชี้วัดอะไรที่จะทำให้คนมั่นใจกลับมาจับจ่ายมากขึ้น ด้วยภาพเศรษฐกิจที่ซบเซามานาน ประกอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ความรู้สึกไม่มั่นคงจะทำให้คนไม่กล้าใช้จ่าย พฤติกรรมที่เกิดขึ้นน่าจะอยากโฟกัสที่การเก็บเงินมากกว่านั่นเอง

ร้านอาหาร ‘แผลกลัดหนอง’ 3 เดือนสุดท้าย ‘ส่อไม่ฟื้น’  น้ำท่วมซ้ำเติมหนัก คนจ่ายยาก-เก็บเงินซ่อมบ้าน

หลังจากน้ำลดในหลายพื้นที่ “ความวัว” ก็ยังไม่จบลงเท่านั้น เพราะยังต้องลุ้นกับมรสุมฝนที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน รวมถึงมวลน้ำเหนือที่เตรียมไหลบ่ามายังพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพอีก นี่เป็นทั้งโจทย์ใหญ่และโจทย์ยากของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่ถ้าต้องเจอสถานการณ์ไม่คาดคิดแบบนี้ติดต่อกันเรื่อยๆ คงไม่ใช่บทสรุปที่ดีกับเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้แน่นอน